think

posted on 22 Nov 2007 13:05 by maroommatum


เวลาเป็นสิ่งเดียวในโลก ที่ทุกคนได้รับเสมอกัน ไม่มีใครได้เปรียบ หรือเสียเปรียบกันเลยแม้แต่คนเดียว แต่ใครจะใช้เวลาในแต่ละวินาที อย่างมีค่าและคุ้มค่ากว่ากัน นี่แหละเป็นเรื่องน่าคิด

พระธรรมสิงหบุราจารย์ ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม )



เราเป็นมนุษย์ ต้องเป็นผู้มีใจสูง สูงด้วยคุณธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนจิตใจ จิตของบุคคลใดมีความละอายบาป มีความกลัวบาป มีความอดทน มีความสงบเสงี่ยม ผู้นั้นชื่อว่ายกฐานะขึ้นสู่ความเป็นมนุษย์ มีใจสูงพ้นจากความชั่วร้ายเหมือนดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำ

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



พระพุทธเจ้าสอนว่า ในกาลไหนๆ เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร แต่เวรจะระงับได้ด้วยการไม่จองเวร ดังนั้น เลิกโกรธ เลิกเกลียด เลิกพยาบาทกัน เลิกถือเขาถือเรา ให้ถือว่าทุกคนเกิดมาร่วมทุกข์กัน อยู่กันฉันพี่น้อง หันหน้าเข้าหากัน ก็อยู่กันสบายไม่มีปัญหาอะไร

  “ พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



ชาวโลกชอบแต่งกายให้สูงค่าด้วยอาภรณ์ต่างๆ แต่ถ้าไม่มีการแต่งใจให้สูงขึ้นด้วยแล้ว เขาก็เป็นเช่นลิงที่ถูกจับมาประดับด้วยเครื่องทรงเท่านั้น แต่งสักเท่าใด ความเป็นลิงก็ยังคงอยู่เสมอ ฉะนั้น จงทำตนให้ดีกว่าลิงหน่อย โดยเพิ่มการแต่งใจเข้าไปอีกอย่างหนึ่ง

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



ธรรมะเป็นอาภรณ์ของใจ ทำใจให้ดีงามสมส่วน ขาดธรรมะแล้วก็หมดคุณค่ากันเท่านั้น

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



ราคาของคนมิได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง หรือเกียรติยศที่ชาวโลกยกย่องกัน แต่อยู่ที่ความเป็นผู้มีใจสูงเท่านั้น

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



ถ้าเราใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มันก็มีคุณค่า แต่ถ้าไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ เวลาก็ฆ่าเรา ทำให้เราแก่เปล่า ตายเปล่า เพราะฉะนั้นจงขยันในการทำหน้าที่

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



จงเพาะนิสัย  ตื่นแต่เช้า ก้าวไปข้างหน้า ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อพัฒนาตนเองให้เจริญไว้เสมอเถิด

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



น้ำสกปรก โคลนสกปรก แต่ดอกบัวไม่ได้เปื้อนด้วยน้ำเหล่านั้น ดอกบัวเป็นไม้สะอาด เราจึงเก็บไปบูชาพระ ชีวิตของพระพุทธองค์นั้นสะอาดปราศจากสิ่งเศร้าหมอง เราก็ต้องเป็นอยู่อย่างสะอาด

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )




การทำงานตามหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิต เพราะ งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน งานทำคนให้เป็นคนอย่างแท้จริง คนจักมีราคามีค่าก็เพราะการทำงาน

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



ทำงานให้สุจริต ควรเป็นคติประจำใจของทุกคนที่มีกิจจักต้องทำ เพราะงานที่สุจริตย่อมผลิตผลอันดีงามแก่ตนเสมอ ส่วนผู้ที่ทำงานไม่สุจริตย่อมพบความเดือนร้อนทั้งก่อนทำ-ทำอยู่-ทำแล้ว

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



โลกอยู่ได้ด้วยความรัก โลกถูกทำลายเพราะความเกลียดกัน เรามิได้เกิดมาเพื่อฆ่ากัน ทำลายกัน แต่เกิดมาเพื่อรักกัน ช่วยกันในทางที่ถูกที่ชอบ

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



โลกนี้จักสงบสุขได้ด้วยการรู้จักให้อภัยกัน เป็นทุกข์เดือนร้อนก็เพราะขาดการให้อภัยกัน

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



ความทุกข์เป็นบทเรียนที่ประเสริฐของชีวิต และเป็นเหตุกระตุ้นเตือนให้ก้าวไปข้างหน้า พวกเราทั้งหลายจึงไม่ควรย่อท้อต่ออุปสรรค ควรเห็นว่าอุปสรรคเป็นเครื่องสร้างกำลังใจ และเป็นปากทางไปสู่ความสำเร็จในภายหลัง

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



ความสุขอยู่ที่ความพอดี ถ้าเกินไปมันก็ทุกข์ ขาดไปก็เป็นทุกข์ ดังนั้นทำอะไรก็ให้ พอดี พองาม

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )



จงชวนกันเดินตามทางที่พระพุทธองค์ชี้ไว้ให้เราเดิน และอย่าหยุด เดินต่อไปจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง คือ ความพ้นทุกข์ สมความตั้งใจ

พระพรหมมังคลาจารย์ ( ปัญญานันทภิกขุ )