posted on 01 Aug 2007 23:18 by maroommatum in MxM
สืบเนื่องจากเม้นท์ของคุณวัชระในเอนทรี่ - ฝากตามเขาที
" ซ้อมไว้ๆ เดี๋ยวปีหน้าจะส่งคุณตุ้มเป๊ะลง AF ...ตุ้มเป๊ะ AF 21
ลืมบอกไปว่าเกมส์ล่าสุดที่คุณตุ้มเป๊ะเอามาให้เล่น ตรงดีนะครับ ตรงกว่าดูดวงเยอะเลย
ทำให้กลับไปอ่านอีกครั้งสำหรับไทป์ที่ตัวเองได้ ซึ่งก็คือ 1-2-5 ขนลุกจริงๆๆ
จริงตามคุณวัชระพูดทุกอย่างเลย มันแม่นเสียยิ่งกว่าดวงที่ดูมาซะอีก มันคือตัวตนจริงๆๆ ของเราเลย จากการทำคำถามแค่ 36 ข้อเท่านั้น
มันอาจจะดูเหมือนแบบทดสอบธรรมดาทั่วๆไป แต่ผลที่ออกมาชัดเจนและอธิบายความเป็นตัวตนของคนทำแบบทดสอบได้อย่างชัดเจนที่สุด และไอ้เจ้าแบบทดสอบ 36 ข้อนี้เป็นเพียงแบบทดสอบเบื้องต้นเท่านั้น ยังตีแผ่ความเป็นตัวตนได้ชัดเจน แล้วถ้าได้ทำแบบแอ๊ดว๊านซ์มันจะขนาดไหน คงต้องเหมือนกับการสแกน/เอ็กซ์เรย์ตัวเราแน่เลย
สรุปแล้วแบบทดสอบนี้น่ากลัวจริงๆๆ ใครไม่อยากรู้จักตัวเองไม่ต้องแวะเข้าไปทำเลย ขอบอก... แต่ถ้าใครอยากรู้จักตัวเองให้มากกว่าเดิมก็เข้าไปทำซะ
ปล. เพิ่มเติมหลังจากได้ไทป์ของคุณแล้วควรเข้าไปอ่านโปรไฟล์ของแต่ละไทป์ที่คุณได้อย่างละเอียด อย่าอ่านแต่หัวเด็ดขาดเพราะจะไม่ได้รู้จักตัวตนของตัวคุณเอง เหมือนตุ้มเป๊ะที่เคยเล่นมาแล้วอ่านแค่หัวกลับมาเล่นอีกรอบก็อ่านแค่หัว งวดนี้เนี่ยแหละที่ได้อ่านจนครบถ้วนเลย ( จริงๆก็มีข้ามบางตอนที่ไม่เกี่ยวออกไปเหมือนกัน :P )
edit @ 2007/08/01 23:24:50
posted on 29 Jul 2007 21:58 by maroommatum in MxM
เคยเล่นนานแล้ว แต่วันนี้ไปเจอที่คุณน้องฟ้า เลยลองเล่นอีกรอบอยากรู้เหมือนกันว่าจะมีอะไรเปลี่ยนหรือเปล่า
คลับคล้ายคลับคลาว่ามีได้คะแนนเท่ากันอยู่มากกว่า 1 ไทป์แต่จำไทป์ไม่ได้ ผลงวดนี้ได้ 3 ไทป์ที่ได้คะแนนออกมาเท่ากัน 5 คะแนน ( เอามาลงไม่ได้ตอนนี้ตัวอัพโหลดไฟล์ไม่ดีอ่ะ )

Type 1
นักปฏิรูป
ลักษณะทั่วไป
แรงจูงใจ
ความถูกต้อง เสมอต้นเสมอปลาย และสมดุล การพัฒนาที่ดีขึ้น การปรับปรุงคนอื่น ความสอดคล้องกับอุดมคติของตน การพิสูจน์ตัวเอง การอยู่เหนือคำวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ การไม่ถูกคนรอบข้างประณาม ผู้เคร่งศาสนาที่ปรารถนาที่จะไปเกิดใหม่ในภพที่ดี และทำอะไรตามหลักอย่างเคร่งครัดเป็นตัวอย่างของผู้มีบุคลิกของไทป์ "ไทป์หนึ่ง" พวกเขาไม่เคยพอใจที่ตัวเองเป็นอยู่ และต้องการที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ พวกเขาหวังที่จะเหนือคนทั่วไป เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ในความคิดของพวกเขา คนเรายังพยายามไม่เต็มที่ที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ความคิดที่ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรไป ก็ไม่ได้ทำให้โลกหยุดหมุน เป็นความคิดที่ฟังไม่เข้าหูสำหรับ "ไทป์หนึ่ง"
Type 2
นักบุญ
ลักษณะทั่วไป
แรงจูงใจ
ต้องการเป็นที่รัก แสดงความรู้สึกที่ตนมีต่อคนอื่น เป็นที่ต้องการ เป็นที่ชื่นชม ให้คนอื่นตอบสนองตน พิสูจน์ความสำคัญของตน
ความรักมีหลายแง่มุม มันจึงเป็นการยากที่จะหาคำจำกัดความ มันเป็นคำที่รวมเอาสิ่งดี ๆทั้งหลายเอาไว้ และก็มีสิ่งที่เลวอยู่ในนั้นด้วย สำหรับ "ไทป์สอง" แล้ว ความรักคือความรู้สึกที่ดี ๆที่มีให้คนอื่น การเอาใจใส่ และการอุทิศตัวเพื่อคนอื่น หรืออาจหมายถึงความผูกพันใกล้ชิด การเข้าถึงคนอื่น แน่นอนสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของนิยามรัก แต่ "ไทป์สอง" มักไม่ยอมเข้าใจด้วยว่า ความรักที่สูงส่งขึ้นไป จะมีความใกล้เคียงกับ โลกแห่งความเป็นจริง มากกว่าเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก รักแท้คือการให้สิ่งที่ดีที่สุดกับคน ๆนั้น แม้ว่าจะต้องแลกด้วยความบาดหมางกัน ความรักคือความปรารถนาที่จะเห็นคนที่ตนรักยืนด้วยลำแข้งของตนเองอย่างเข้มแข็ง แม้จะหมายถึงการที่ "ไทป์สอง" จะต้องเดินออกไปจากชีวิตของคนที่ตนรักด้วยก็ตาม ความรักไม่ใช้การเอาสิ่งที่คนอื่นไม่สมควรให้ ความรักอยู่เหนือ การเมินเฉย ความเห็นแก่ตัว และการทำผิด ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายกระทำ และความรักเป็นสิ่งที่ขอคืนไม่ได้ ถ้าได้สิ่งนั้นไม่ใช่ความรัก
ถ้าจะเข้าใจ "ไทป์สอง" ต้องเข้าใจว่า แม้ว่าภายนอก "ไทป์สอง" จะดูเป็นฝ่ายเสนอความรัก แต่ลึก ๆแล้วพวกเขาขาดแคลนมัน "ไทป์สอง" เชื่อว่าถ้าตนรักใครมาก ๆ คน ๆนั้นก็จะรักตนตอบเอง พวกเขาจึงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้คนอื่นตลอดเวลา และมักได้ความผิดหวังเป็นสิ่งตอบแทน สักวันหนึ่งหาเขาเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง แม้ว่าจะไม่ได้รักตอบจากคนอื่น ความรักอันนั้นจะทำให้พวกเขารู้สึกเป็นฝ่ายถูกรักได้เอง
"ไทป์สอง" เชื่อว่าความรักเป็นต้นกำเนิดของคุณธรรมที่ดีทุกอย่างในชีวิต อาจจะจริงอยู่ แต่เราจะพบนิยามรักในคนกลุ่มนี้ที่แตกต่างกันไปหลาย ๆรูปแบบ มีทั้งรักที่ประเสริฐและที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด
Type 5
นักคิด
แรงจูงใจ
ต้องการเป็นคนมีความสามารถ ชำนาญในวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นพิเศษ ชอบค้นหาความจริง ไม่ถูกใครรบกวน และละความต้องการของตัวเอง
"ไทป์ห้า" เป็นไทป์ของอัจฉริยะ และคนเสียสติ เป็นไทป์ของคนที่เข้าใจสิ่งต่าง ๆได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นไปได้ทั้งอัจฉริยะ และคนเสียสติ อัจฉริยภาพนั้นอาจดูหลุดโลกไปบ้าง เป็นเพราะมันคือการเข้าใจความเป็นจริงในระดับที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ใช่คนบ้าที่ลึกซึ้ง แต่หลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงอย่างไม่มีวันหวนกลับ การศึกษาไทป์นี้ ก็คือการหาความแตกต่างในความเหมือนของอัจฉริยภาพ กับวิกลจริตนั่นเอง
กลัวถ้าไทป์ห้ามาแรง เดี๋ยวไม่มีใครคบ --"
สนใจก็คลิ๊กเข้าไปดูที่น้องฟ้า หรือ ที่นี่ แบบทดสอบแค่ 36 ข้อเอง
edit @ 2007/07/30 16:15:36
posted on 08 Apr 2007 16:40 by maroommatum in MxM
เมื่อตะกี้ได้ดูโฆษณาบาร์บีคิวพลาซ่า ตลกดี มีคู่รักสองคู่มากินบาร์บีคิว คู่ของแต่ละคนสบตากันและกัน ( ผลัดกันนะ หญิง/ชาย ) ความหลังก้อผุดขึ้นมา ( ฮาฮา.. ) ที่จี้ก้อคือต่างคนต่างเป็นแฟนกันมาก่อน น่าจะมีอีกตอนให้เจอกันจะได้ตลกและให้จบแบบแฮปปี้ ไม่ต้องอิหลักอิเหลื่อกัน ไม่เห็นต้องปิดบังกันเลยว่าเคยเป็นแฟนกับใครมาก่อน
สนใจคลิ๊กไปดูที่นี่ ( ใครรอได้อีก 3 วันจะพยายามเอาคลิปมาลง )
edit @ 2007/04/08 16:43:36
edit @ 2007/04/09 20:34:45 พยายามอัพโหลดฝากไว้ที่หยามซ่าแต่แห้ว ไว้ลองใหม่
posted on 07 Apr 2007 13:07 by maroommatum in MxM


ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น กินเผ็ดไม่ได้กินได้แต่น้อย


เห็นเพื่อนๆกินน้ำเขียวกัน เลยถามปรากฏว่า
มันคือคลอโรฟิลล์ เลยลอง... ก้อโอนะ


มันคือคลอโรฟิลล์ เลยลอง... ก้อโอนะ
สงสัยเป็นเพราะเมื่อกี้เครื่องมันมีปัญหายังพิมพ์ไม่เสร็จก้อมีเม้นท์มา
ซื้อได้ทั่วไปจ๊ะ ตอนนี้พี่กินยี่ห้อทรู แรกซื้อจากเพื่อนซองละ 20 บาท หลังจากนั้นพัฒนามาเป็น 3 ซอง 50 บาท แล้วตอนนี้ก้อซื้อกล่องละ 450 บาท 30 ซอง ( ราคาหน้ากล่อง 560 บาท ) หวังผลเอาไว้เหมือนกันว่ากินแล้วคงสวย ... ( ฮิฮิ แอบหวังไว้เล็ก )
รู้ไว้ใช่ว่า: ความนิยมในการดื่มคลอโรฟิลล์ Contributed by sweetchics ตั้งแต่ วันเสาร์, 07 เมษายน 2007 @ 02:00:00 ICT |
คลอโรฟิลล์ พาวเดอร์ เป็นสินค้านำเข้าจากอเมริกา เป็นเครื่องดื่มที่ดารา นางแบบ นักเรียน นักศึกษาและคนรุ่นใหม่ให้ความนิยม จนกลายเป็นแฟชั่น สุขภาพดี ที่ใครๆ ก็ปรารถนา ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าคลอโรฟิลล์กันหน่อยเถอะค่ะ
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคลอโรฟิลล์
คลอโรฟิลล์ คือ โลหิตของพืช มีแร่ธาตุธรรมชาติมากมายประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน โปรตีน และสารอาหารต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายปรับความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกาย ของเรา มนุษย์ควรบริโภคคลอโรฟิลล์มากๆ เพื่อมาเสริมฮีโมโกลบิลในเม็ดเลือด ดังคำกล่าวที่ว่า เลือดพืชมีสีเขียว เลือดมนุษย์มีสีแดง มนุษย์จะมีสุขภาพที่ดีได้เลือดจะต้องไม่มีพิษ จงล้างพิษด้วยพืชสีเขียว คลอโรฟิลล์ เป็นสารสีเขียวที่สกัดจากต้นอัลฟัลฟา (Alfalfa) สาเหตุที่เราต้องดื่มคลอโรฟิลล์ เพราะว่าการบริโภคผัก ผลไม้สดโดยตรง อาจไม่สะดวกและที่เลวร้ายกว่านั้นผักผลไม้สดทั่วไป มักมีสารเคมีที่เป็นพิษปนเปื้อน การดื่มคลอโรฟิลล์ ที่ผ่านกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน จึงสามารถทดแทน การรับประทานพืชผักบริสุทธิ์ ปริมาณมากๆ ได้
คุณประโยชน์ของคลอโรฟิลล์ พาวเดอร์
- ช่วยในกระบวนการล้างสารพิษในเลือดและขจัดของเสียสะสมในร่างกาย ทำให้สุขภาพดีขึ้น - ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ฟอกเลือดให้สะอาด - ช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ - ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ลดปัญหาเส้นเลือดขอด - เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดรอยดำคล้ำใต้ดวงตา ทำให้ใบหน้าสดใส - ลดอาการภูมิแพ้ ผื่นมลพิษ แพ้อากาศ โรคหอบหืด - บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ และไมเกรน - ลดกรดในกระเพาะอาหารและลำไส้ - บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
วิธีรับประทาน
ผสมผงคลอโรฟิลล์ลงในน้ำดื่มธรรมดา เขย่าหรือคนจนเป็นสีเขียว ดื่มแทนน้ำวันละ 1 ลิตร เป็นประจำทุกวัน จะทำให้ผิวพรรณสดใส สุขภาพดี
|
edit @ 2007/04/07 20:34:55
edit @ 2007/04/07 20:41:40
ที่มา - สาระแนดอทคอม
posted on 07 Apr 2007 13:02 by maroommatum in MxM
คติสอนหญิง: ทำดีไม่ขึ้น ทำให้มากขึ้น Contributed by Funky ตั้งแต่ วันเสาร์, 07 เมษายน 2007 @ 12:00:00 ICT |
การทำดีไม่ขึ้น ยิ่งทำกลับเป็นโทษ
มีคนไม่น้อยที่บ่นว่า ทำงานหนัก ทุ่มเททุกอย่าง ทำจนดึกดื่น แต่กลับไม่ก้าวหน้า เงินก็ขึ้นน้อย
ส่วนคนที่ไม่ค่อยทำ มีแต่เลียแข้งเลียขาไปวัน ๆ กลับก้าวหน้ากว่าแล้วบอกว่าเมื่อทำดีไม่ขึ้น
เห็นที่ต้องเลียนแบบคนอื่น ๆ บ้าง ทำน้อยลง ทำพอผ่านๆ ไปที ทำให้น้อยที่สุด หรือถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่ทำเลย
ได้เงินน้อยทำไมต้องทำงานให้มาก เปลืองทั้งสมอง เปลืองทั้งพลังงาน นั่งเฉย ๆ ดีกว่า ฟังดูก็สมเหตุสมผลดี
อันที่จริงการทำดีนั้น ต้องทำดีด้วยใจ ไม่ใช่เพราะคนบอก หรือบังคับให้เราทำ
ยิ่งทำดีไม่ขึ้นยิ่งต้องทำให้มากขึ้นด้วยซ้ำ ถึงจะได้ผล ไม่ใช่เลิกทำหรือ ประชดด้วยการทำไม่ดีเสียเลย
|
|
|
ที่มา - สาระแนดอทคอม
ตอนนี้อยู่ในโหมดเซ็งเบื่อ สับสน ไม่อยากทำงานที่นี้แล้ว ... อยากไปอยู่ที่อื่น ( แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หาเลย... ) อยากทำงานกับคนดีคนเก่ง ไม่อยากทำกับคนไม่ดีแถมโง่....
เหนื่อยและหน่ายมากกับคนที่นี่ ไม่ว่าจะทัศนคติ มุมมอง ความเห็น นิสัย วิถีชีวิต วัฒนธรรม ....ไม่ถูกใจเลย.... ไม่อยากอยู่เพราะกลัวตัวเองจะดำดิ่งลงไปด้วย.... เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนไม่เข้มแข็ง.... เปลี่ยนแปลงได้ง่าย เลยอยากจะอยู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่ทำให้เราปรับปรุงตัวเองได้เรียนรู้สิ่งที่ดีอื่น ย้ำว่าต้องการคนดีและเก่ง เก่งแต่ไม่ดีไม่เอา... ไม่บอกคงเข้าใจกันนะ.... ที่บ่นแบบนี้เพราะเจอสิ่งที่ธรรมดา , สิ่งที่ดีแต่ยังไม่ดีที่สุด , เจอไอ้ที่แย่ และ แย่ตอนนี้......
edit @ 2007/04/07 13:03:59
เพิ่มเติมเข้ากับอารมณ์นะตอนนี้จริงๆๆๆ
ผู้หญิงวันนี้: วิธีขับไล่ความโกรธเกรี้ยว Posted by webmaster ตั้งแต่ วันเสาร์, 07 เมษายน 2007 @ 09:01:39 ICT (14 reads)
| | Hyper ฝากมาบอกว่า ... แม้ว่าอารมณ์โกรธ จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ แถมสาวซิตี้เกิร์ลอย่างเราๆ ยังต้องพบเจอกับมันบ่อยๆ จนเกือบจะกลายเป็นเพื่อนสนิทอีกต่างหาก ก็จะไม่ให้เจอได้ยังไงเล่าคะ ทั้งสภาวะรอบตัวก็แสนจะกดดัน ผู้คนก็ใจร้ายขึ้นทุกทีๆ หลายๆ สาวเลยมีริ้วรอยแห่งความโกรธขึ้งปรากฏอยู่บนใบหน้าไม่เคยจาง อย่างนี้หนุ่มๆ เห็นเข้าคงรีบกระโดดหนี ไม่กล้าเข้าใกล้แหงๆ เพราะกลัวแม่เสือสาวจะออกอาละวาดน่ะสิ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ลุคนางฟ้าแสนดีที่สั่งสมมานานนั้นต้องสูญเสียไป แล้วกลายเป็นสาวคราบนางมารร้ายละก็ เรามาหาวิธีการดับอารมณ์โกรธให้มอดไปจากใจกันดีกว่าค่ะ
ผลกระทบจากอารมณ์ร้ายในใจคุณ นอกจากที่ใบหน้าจะไม่รับแขก ไม่สนฝรั่ง หรือเมินไทยที่เด่นชัดบนใบหน้าในเวลาที่คุณโกรธไฟลุกแล้วนั้น อารมณ์โกรธที่สะสมอยู่ภายในจิตใจนานๆ ก็ยังจะก่อให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายได้มากมาย เสมือนลูกไฟแห่งความโกรธที่ค่อยๆ สะสมขึ้นทุกทีๆ จนเผาไหม้ทั้งกายและใจคุณให้ร้อนรุ่มได้ ซึ่งผลกระทบที่มีต่อร่างกายอาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ดังต่อไปนี้
- โรคหัวใจ เนื่องจากอารมณ์โกรธจะกระตุ้นให้หัวใจคุณบีบตัวเร็วและแรงขึ้น - โรคซึมเศร้า ขาดชีวิตชีวา - โรคความดันโลหิตสูง
ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ
นอกจากนี้ยังเคยมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า หากสาวไหนที่เครียดสะสมตั้งแต่ในวัยทำงาน ก็จะมีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจในวัยกลางคนได้สูงกว่าคนปกติถึง 50 เปอร์เซ็นต์อีกด้วยละ รู้อย่างนี้แล้วต้องรีบหาทางขจัดอารมณ์โกรธด่วนเลย
ดับไฟโกรธให้มอดสิ้นด้วย 4 วิธีทรงประสิทธิภาพ
วิธี การที่จะช่วยให้คุณสามารถขจัดอารมณ์โกรธได้ดีที่สุดก็คือ การไม่โกรธ อ๊ะๆ อย่าเพิ่งงงไปค่ะว่าทำไมทางแก้มันถึงได้ขวานผ่าซากเสียขนาดนี้ แต่ที่บอกไปนั่นน่ะ เป็นวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญ หรือแม้แต่ พระพุทธเจ้าของ เราเองก็อบรมสั่งสอน บอกกล่าวกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลนู่นแล้ว นั่นก็คือการระงับความโกรธ ด้วยความไม่โกรธไงล่ะ แต่ถ้าสาวๆ สมัยใหม่ยังไม่สามารถบรรลุสัจธรรมข้อนี้ได้ ก็ลองใช้วิธีการเหล่านี้ไปก่อน เพราะว่าใช้ได้ผลดีใกล้เคียงกันเชียวค่ะ
1. เข้าใจความต้องการของตัวเอง คุณควรแสดงออกซึ่งอารมณ์โกรธไม่พอใจในวิถีทางที่ถูกต้องเหมาะสม มากกว่าการระบายอารมณ์ด้วยความก้าวร้าวรุนแรง โดยคุณอาจจัดการง่ายๆ ด้วยการเข้าอกเข้าใจความต้องการของตัวเองเสียก่อน ว่าสิ่งที่คุณต้องการคืออะไรกันแน่ จากนั้นจึงหาวิธีที่จะได้สิ่งที่ต้องการมาด้วยสันติวิธี ที่ไม่ทำร้ายทั้งความรู้สึกของตัวเองแล้วก็ผู้อื่นด้วย
2. ระงับอารมณ์โกรธ หากอารมณ์คุณค่อยๆ ลุกลาม พลุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆ แล้วละก็ คุณก็ต้องรีบระงับอารมณ์นั้นๆ ไว้ให้เร็วที่สุด ด้วยการหยุดยั้งความคิดที่รบกวนจิตใจคุณทันที และพยายามมองไปในสิ่งที่จะช่วยให้อารมณ์ของคุณรู้สึกสดชื่นแจ่มใสมากขึ้น ได้ในขณะนั้น เช่น หากคุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน คุณอาจหันเหความสนใจไปคิดถึงเรื่องเดทกับหนุ่มฮอตเย็นนี้แทนก็ได้ เพื่อลบความขุ่นข้องหมองใจที่มีอยู่ให้หมดไปโดยเร็ว แล้วก็แทนที่ด้วยความสดใสซาบซ่าไงล่ะคะ
3. สงบผ่อนคลาย ในเมื่อต้องการจะดับไฟให้มอด ก็ต้องใช้วิธีการรดน้ำลงไป เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะดับไฟอารมณ์ที่รุ่มร้อนภายในจิตใจของคุณ ก็ต้องเป็นการดับอารมณ์ด้วยการเอาน้ำเย็นเข้าลูบ เอาความสงบนิ่งเข้าแทนที่ภายในใจ ซึ่งคุณอาจใช้วิธีการตั้งสมาธิ หรือใช้เทคนิคการผ่อนคลายอารมณ์โกรธช่วยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกโยคะ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงปวดจากความรู้สึกโกรธ การตั้งสมาธิด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก เพื่อช่วยให้อารมณ์สงบเย็นลง หรือการมองไปที่ทัศนียภาพภายนอกที่สวยงามเขียวขจีในสวนสาธารณะที่เต็มไป ด้วยเหล่าแมกไม้ และสายน้ำที่สงบนิ่งก็ได้
4. ออกจากสภาวการณ์ที่ตึงเครียด หากคุณไม่สามารถระงับอารมณ์โกรธขึ้งในขณะนั้นลงได้จริงๆ แทนที่คุณจะฝืนทนกดดันอยู่ภายใต้บรรยากาศและสภาวะที่ตึงเครียดเหล่านั้น จนต้องระเบิดอารมณ์ร้ายแรงออกมาในที่สุด คุณควรหลีกเลี่ยงออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นก่อน เพื่อที่จะช่วยให้อารมณ์ที่ขุ่นเคืองของคุณค่อยๆ บรรเทาลง ก่อนที่จะกลับเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วยความสงบ และสันติอีกครั้ง
|
|