ของโปรดมากๆ อีกอย่างค่ะ....ช่วงนี้อยากกินมากๆๆ แล้วก็ซื้อกินเกือบทุกวัน... กินไปก็เศร้าไปนิดๆๆ อร่อยแต่อ้วนอ่ะซิ
น้ำหนักที่ทำไว้ตอนปลายปีคาบเกี่ยวต้นปียังไม่ลงเลย
วิธีการทำก็ง่ายแสนง่าย เคยทำกินมาแล้ว...ก็กางตำราที่ซื้อกับสถาบันนะแหละ ของเอกอาหารเ้ค้า.....จะเอามาลงก็จนใจเพราะตำราอยู่ที่บ้านนู้น....เลยหาในเน็ตเจอสูตรเดียวกัน...ของเค้าทำออกมาดูดี๊ดี จะบอกตอนทำนะ ไม่ค่อยชอบสูตรนี้ตอนกวนแป้ง กับห่อไส้ เพราะมันทำให้อ้วนได้ง่ายมากก็เล่นใส่น้ำมันกวนกับแป้ง แล้วก็เวลาปั้นทำไม่สวยส่วนใหญ่จะปั้นหนา เพราะบางไปไส้จะแตกทะลักออกมา ...เละ
เราก็มาดัดแปลงกันนิดหน่อยดีไม๊เพื่อสุขภาพ อย่างที่เค้าก็มีทำขายกัน...เอาแป้งแบบข้าวเกรียบปากหม้อผสมกับไส้กุยช่ายแทน อร่อยกว่าเดิมเพราะแป้งบางแถมแคลลอรี่ก็ต่ำกว่ากันเยอะ
ข้างล่างนี้สูตรจากโหระพาดอทคอมเค้าค่ะ หรือจะคลิ๊กไปที่นี่ค่ะ
ขนมกุยช่าย ไส้กุยช่ายและไส้หน่อไม้
การทำแป้ง
-
1 1/2 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า
-
1/2 ถ้วย แป้งข้าวเหนียว
-
1/4 ถ้วย แป้งมัน (สำหรับนวด)
วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน น้ำเปล่า น้ำมัน ผสมเข้าด้วยกันด้วยมือ นวดเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ลงในกระทะทอง
หรือหม้อเคลือบ แล้วนำไปตั้งไฟ ใช้ไฟกลาง ใช้ไม้พายกวนจนแป้งสุกร่อนจากกระทะ จึงยกลง ทิ้งใว้ให้พอแป้งอุ่น
2. นำแป้งมันสำหรับนวดใช้นวด ใส่ลงไปในข้อ1 แล้วนวดจนแป้งไม่ติดมือ จึงแบ่งแป้งเป็นก้อนๆ หนักก้อนละ 20 กรัม
ไส้กุยช่าย
-
1/4 ช้อนชา โซดาไบคาร์บอเนต
-
1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับละเอียด
1. นำใบกุยช่ายล้างให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 ซ.ม.
2. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพอร้อน เจียวกระเทียมพอหอม นำส่วนผสมทั้งหมดลงผัด ให้เข้ากันจนเปื่อยนุ่ม ถ้าแห้งไปใส่น้ำได้เล็กน้อย
ไส้หน่อไม้
-
150 กรัม หน่อไม้ต้มสุก
-
1/2 ถ้วย เนื้อไก่สับละเอียด
-
1/4 ถ้วย กุ้งแห้ง (ขนาดกลาง)
-
1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับละเอียด
1. นำหน่อไม้มาหั่นเป็นเส้นเล็กๆ ยาวประมาณ 2 ซ.ม.
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป กระเทียมสับ แล้วจึงใส่ส่วนผสมที่เหลือลงผัด ประมาณ 5 นาที จึงตักขึ้นพักไว้ให้เย็น
วิธีห่อ และ นึ่ง
1. นำแป้งแต่ละก้อนมาแผ่ออก ให้เป็นแผ่นกลมบาง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 - 2.5 นิ้ว แล้วตักใส้ใส่ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ตรงกลางของแป้ง
แล้วใช้ปลายนิ้วชี้ และ ปลายนิ้วหัวแม่มือ จับขอบแป้งบีบเข้ามาติดกันเพื่อห่อใส้ ทำจนหมดไส้
2. นำแป้งที่ห่อใส่ลังถึง นึ่ง ขณะน้ำเดือนพล่านประมาณ 7 นาที จึงยกลง พรมด้วยกระเทียมเจียว (อันนี้ทำเพิ่มเอาเองนะคะ สูตรไม่ได้บอกไว้)
ทานขณะอุ่นๆ
น้ำจิ้ม
-
1 เม็ด พริกเหลือง หรือ พริกแดง โขลกละเอียด
-
2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู
-
2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย
ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
ส่วนอันนี้สูตรของสถาบันค่ะ แต่วิทยาเขตพระนครใต้ ( อ่านแล้วมันก็คือๆกันค่ะ )
ขายขนมกุยช่าย
เงินลงทุน
ครั้งแรกประมาณ 5,000 บาท เงินทุนหมุนเวียน 300 บาท/ วัน
รายได้ ดือนละประมาณ 15,000 บาท
วัสดุ/อุปกรณ์ เตาแก๊สพร้อมถัง กะละมัง ลังถึง ไม้พาย มีด ไม้คลึงแป้ง พิมพ์กลม
ส่วนผสมแป้ง
วิธีทำ
1. ผสมแป้งทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน เทน้ำร้อนใส่ ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน พออุ่นนวดให้เนื้อเนียน
2. เอามือแปะแป้งนวล (แป้งมัน) เล็กน้อยนวดจนเหนียวนุ่ม คลึงแป้งเป็นก้อนยาว ใช้มีดตัดให้เท่า ๆ กัน นำไปคลุกแป้งนวลปั้นเป็นก้อนกลม แผ่ให้บางเป็นรูปเบ้าหรือถ้วย
3. ตักไส้ใส่ จีบริมแป้งให้สวยงาม กดก้อนแป้งให้แบนเล็กน้อย วางบนลังถึงซึ่งปูด้วยใบตองฉีกหยาบ ๆ ทาน้ำมันเล็กน้อย วางให้ห่างกันพอควร
4. นึ่งด้วยไฟแรงพรมน้ำบนตัวขนมเล็กน้อย นึ่งประมาณ 15 นาที ยกลง พรมด้วย กระเทียมเจียว
วิธีทำไส้
- ใบกุ่ยช่ายล้างสะอาดหั่นหยาบ ๆ 3 ถ้วยตวง
นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าหมัก 5 นาที ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ ผัดพอสุก
( อันนี้งงอ่ะ ไม่น่าจะใช่นะ -*- )
วิธีทำน้ำจิ้ม
- ซีอิ้วดำหรือขาว ½ ถ้วยตวง
นำส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นพริกชี้ฟ้าแดงผสมคนให้เข้ากัน จากนั้นจึงใส่พริกชี้ฟ้าแดงแกะเม็ดโขลกละเอียด
สถานที่ฝึกอบรม
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครใต้ โทร. 0 2211 2050, 0 2211 2056
ข้อแนะนำ
1. การเพิ่มปริมาณเพื่อการขายต้องเพิ่มอัตราส่วนให้มากขึ้น
2. สามารถทำไส้อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย เช่น หน่อไม้ มันแกว เผือก
มีอีกเว็บค่ะ
ครัวไกลบ้าน มีคนทำแล้วเอารูปมาลง มีอยู่คนนึงจีบได้เก่งมากๆๆ สวย
ส่วนที่จะดัดแปลงเอาแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อ ใครอยากทำข้าวเกรียบปากหม้อ สูตรเต็มก็ที่นี่เลยค่ะจาก
Guzzie สัพเพเหระข้างครัว
ข้าวเกรียบปากหม้อ
ส่วนผสมแป้ง
- แป้งเท้ายายม่อม 1/ 4 ถ้วย
ขั้นตอนผสมแป้งและทำตัวข้าวเกรียบ
1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม แป้งมัน เข้าด้วยกัน ค่อย ๆใส่น้ำลงไปทีละน้อย คนให้เข้ากันดี ทำไปเรื่อย ๆ จนหมดน้ำ
2. เตรียมหม้ออะลูมิเนียมคอคอด ขึงผ้าขาวให้ตึง เหลือช่องให้ไอน้ำออกเล็กน้อย ใส่น้ำลงไป 1/ 2 หม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใช้ทัพพีตักแป้งละเลงให้เป็นแผ่นกลม ปิดฝากะพอแป้งสุก เปิดฝา ตักไส้ใส่ตรงกลาง พับสี่ทบ ตักขึ้น
เทคนิคในการทำข้าวเกรียบปากหม้อนั้น คือ ก่อนที่เราจะละเลงแป้งทุกครั้ง จะต้องคนแป้งให้เข้ากันก่อน เพราะเมื่อเราผสมแป้งทิ้งไว้ แป้งจะนอนก้น
อุปกรณ์ที่จะต้องใช้เวลาทำข้าวเกรียบปากหม้อ คือ หม้ออะลูมิเนียมคอคอด แบบที่เขาใช้นึ่งข้าวเหนียว นำมาขึงผ้าขาวให้ตึง ผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าดิบที่ฟอกแล้วหรือเป็นผ้าโทเรสีขาว ก็ได้ ควรนำผ้านั้นแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืนก่อนนำมาใช้ เพื่อเวลาเราละเลงแป้งแล้ว แป้งจะได้ไม่ติดผ้า เวลาขึงผ้ากับหม้อ อย่าลืมเว้นช่องเอาไว้ให้ไอน้ำออกสักหน่อย ด้วยนะคะ
( ส่วนตัวนะ - ปกติจะเรียกว่าผ้าขาวบางค่ะ และที่เค้าให้ใช้โทเร ส่วนตัวคิดว่ามันหนาไปนิดนึงนะ ไม่เคยทำยังกระแดะคอมเม้นต์เค้าซะ... -_-"" แล้ววิธีการทำ - เคยดูเวลารอซื้อไม๊ค่ะ ดูเค้าทำน่าสนุก
แต่ทำเองน่าจะสนุกกว่านะ )
มีสูตรแป้งอีกอันค่ะ อันนี้ไม่ต้องใส่แป้งท้าวยายม่อมด้วย ( ชอบอ่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก ขี้เกียจหาแป้งอ่ะ วุ่นวาย >_< ) สูตรอันนี้หาจากเน็ตค่ะ แต่ไม่สามารถอ้างอิงที่มาได้ค่ะ ทราบแค่นี้ค่ะ academic.obec.go.th/advice/doc/fr_career/home_economics/pakmor.doc
ข้าวเกรียบปากหม้อ-สาคูไส้หมู
เงินลงทุน ครั้งแรกประมาณ 1,000 บาท
รายได้ ประมาณ 9,000 บาท ขึ้นไป/เดือน
แหล่งจำหน่าย ตลาด แหล่งชุมชน หมู่บ้านจัดสรร
อุปกรณ์ หม้อดิน หรือหม้ออลูมิเนียมขนาดกลาง เตาถ่านไม้พายเล็กๆ ถาด ถุงพลาสติก (ร้อน) ไม้จิ้ม
ข้าวเกรียบปากหม้อ
ส่วนผสมตัวแป้ง
- แป้งมันสำปะหลัง 1 กก
- แป้งข้าวจ้าว 1 ก.ก.
- น้ำ 4 ก.ก.
ไส้หวาน
- หัวผักกาดหวาน(หัวไชโป้) 1 ก.ก.
- น้ำตาลปี๊บ 1 ก.ก.
- ถั่วลิสง ½ ก.ก.
- หอมแดง (หัวใหญ่) 1 ก.ก.
- รากผักชี 10 ราก
- น้ำมันพืช ½ ก.ก.
วิธีทำ
1. ล้างหัวผักกาดหวานให้สะอาด แล้วสับให้ละเอียด
2. คั่วถั่วลิสงเอาเปลือกออก นำมาตำไม่ต้องละเอียด นัก
3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำหอมแดงที่หั่นละเอียดกับรากผักชีที่โขลกไว้ มาผัด ให้เหลืองใส่หัวผักกาด หวานสับ น้ำตาลปี๊บ เคี่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำตาลเหนียวใส่เกลือเล็กน้อย คลุกให้ทั่ว
4. นำถั่วลิสงที่คุณตำมาคลุกกับไส้ผัด (ในข้อ 3) ให้ทั่ว จะได้ใช้ที่ เหนียวพอเหมาะ ตักใส่จานไว้
5. นำแป้งข้าวจ้าว แป้งมัน นำมาผสมกันตามส่วน
6. เอาน้ำใส่หม้อดินหรือหม้ออลูมิเนียมประมาณ ¾ ของหม้อ ใช้ผ้าขาวบางขึงปากหม้อให้ตึง มัดด้วยเชือกโดยรอบคอหม้อให้แน่น เหลือปากหม้อเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำออกได้ ยกหม้อขึ้นตั้งไฟปิดฝา ตักแป้ง 1 ช้อนโต๊ะ ละเลงเป็นวงกลมบนผ้า ปิดฝา
7. เมื่อแป้งสุก เปิดฝาออกตักไส้หยอดพอสมควร ใช้ไม้พายเล็กแซะแป้งออกเป็นสี่เหลี่ยม ตักใส่ถาด พรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว
สาคูไส้หมู
ส่วนผสม
- สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วย
- น้ำร้อน ½ ถ้วยตวง
วิธีทำ
นำสาคูมานวดกับน้ำร้อนจนเหนียวนุ่ม ปั้นเป็นก้อนกลม กดให้แบน แล้วนำไส้ที่ ปรุงไว้ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แต่เล็กกว่า ใส่ตรงกลาง ดึงแป้งสาคูปิดให้มิด ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมจัดเรียงบนปากหม้อ (หรือจะใช้ลังถึงปูด้วยใบตอง ปิดฝาพอสุกตักใส่ถาด พรมด้วยกระเทียมเจียว ”ไส้ของสาคูไส้หมูใช้ไส้เช่นเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อ”
เครื่องเคียง ใบผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู
ข้อแนะนำ
1. การนึ่งสาคูไส้หมู ใช้นึ่งในลังถึงปูด้วยใบตองแทนก็ได้หม้อข้าวเกรียบปากหม้อก็ได้
2. ถ้าต้องทำปริมาณมาก ให้เพิ่มอัตราส่วนต่างขึ้นตามส่วน
ปล. ตอนทำไส้ ตุ้มเป๊ะไม่ได้ใส่นะ ไอ้เจ้าโซดาไบคาร์บอเนต ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่ทำไม มันไว้ใส่ในตัวแป้งขนมปังไม่ใช่เหรอ เพื่อให้ขนมมันฟู แล้วเอามาใส่ทำไมหว่า...