Dessert-Cook

ขนมเข่งทำเอง

posted on 10 Feb 2008 10:10 by maroommatum  in Dessert-Cook

ก็ตอนนี้อยู่ในช่วงตรุษจีน.....ก็เลยคิดถึงขนมเข่ง.....แต่ขนมเข่งที่บ้าน
น่าตาไม่เหมือนกับขนมเข่งที่กรุงเทพซะเท่าไหร่....ที่บ้านลูกโตๆ สีน้ำตาล
ไม่ใช่สีขาว/หรือสีดำเพราะใช้ข้าวเหนียวดำ

 

ตอนเด็กๆ ช่วยหม่าม้าทำขนมเข่งด้วย ( แค่ครั้งสองครั้ง เพราะขี้เกียจ )
เริ่มต้นก็ต้องซื้อข้าวสารเหนียวขาวมาแช่น้ำแล้วเอาไปจ้างให้เค้าโม่ให้
กลับมาก็มาทับให้มันสะเด็ดน้ำเหลือแต่ตัวแป้ง....ต้องทับให้แห้งจริงๆนะ

 

หลังจากนั้นก็ถึงวิธีทำกันละ....ก็มีตัวแป้งที่โม่แล้ว....น้ำตาลทรายขาว
แค่สองอย่าง.....เทแป้งใส่กะละมัง ตามด้วยน้ำตาล.....แล้วก็ทำการขยำ
แป้งกะน้ำตาลเข้าด้วยกัน.....ไม่ต้องใส่น้ำนะ......ตอนนั้นยังถามหม่าม้า
ว่าทำไมไม่ใส่น้ำ...หม่่าม้าไม่ได้ตอบอะไร....แต่คำตอบก็อยู่ตรงหน้า
แป้งที่โม่มากะน้ำตาล....ละลายกลายเป็นน้ำสีขาวขุ่นเหนียวๆๆ.....
เคล็ดลับตอนนี้มีอย่างเดียวคือ ต้องขยำหรือบี้แป้งให้ละลายกลายเป็นเนื้อ
เีดียวกับน้ำตาล ....อย่าให้เป็นเม็ดเด็ดขาด.....ไม่งั้นขนมเข่งของคุณ
จะมีปุ่มปม....ไม่น่ากิน......

 

คราวนี้ก็มาถึงวิธีการทำให้สุก.....ด้วยการนึ่ง....ปกตินึ่งขนมก็นึ่งกันไม่เกินชั่วโมง
ใช่ไม๊.....แต่ขนมเข่งที่บ้านนึ่งตั้งกะเช้ามืดประมาณตีห้า ยันค่ำประมาณสี่ทุ่ม.....
เป็นการทรมานเด็กตัวเล็กๆ ที่เฝ้ารอมากๆๆ  แล้วที่นึี่งนานเพราะทำทีห้าสิบกว่าลูก
ที่ทำเยอะ เพราะทำแจกให้ญาติ เอาไปไหว้ กับทำให้ลูกๆที่ร่ำร้อง..รอกิน...ท่าเดียว
และแต่ละลูกก็ขนาดใหญ่ กว่าที่เห็นในกรุงเทพ  อย่างเล็กก็กว้าง 3 นิ้ว อย่างใหญ่
4-5 นิ้ว  แต่บางทีอาจจะทำใหญ่พิเศษด้วย ขึ้นอยู่ว่าจะหากระป๋องได้หรือเปล่า

แป้งที่ละลายกับน้ำตาลจะทำไว้ล่วงหน้าหนึ่งคืนก่อนที่จะมานึ่งตอนเช้า พร้อม
กับเตรียมกระป๋องที่จะใส่ตัวแป้ง...ที่บ้านจะใช่กระป๋องนมตราหมีรุ่นที่เป็นอลูมิเนียม
สำหรับลูกเล็ก ส่วนลูกใหญ่เป็นกระป๋องที่สั่งทำ รองก้นด้วยใบตอง...วิธีการรอง
ใบตองกับกระป๋อง....ต้องเอาใบตองไปทำให้นิ่มก่อน....ที่บ้านมีใช่สองวิธีคือ
เอาไปย่างไฟอ่อน  กับ ใช้เตารีดรีด.....จะได้ง่ายต่อการรอง....

 

ให้กวนแป้งให้เข้ากันอีกรอบก่อนที่จะตักใส่กระป๋อง....หลังจากนั้นก็เอากระป๋อง
ไปเรียงใส่กระทะใบบัว.....เรียงซ้อนกันไป...แล้วครอบด้วยฝาที่สั่งทำพิเศษ
แล้วเอาผ้าขาวบางชุปน้ำม้วนเป็นเกลียวหลวมๆ ปิดรอบฐานของฝาครอบ
กันความร้อนออก....ที่บ้านใช้ฟืนในการนึ่งเพราะนึ่งนานและของเยอะ....
ระหว่างนึ่ง...ก็ต้องหมั่นมาเช็คน้ำกับไฟ....แล้วก็ค่อยดูขนมไปด้วย

 

ที่ตุ้มเป๊ะชอบมากที่สุดก็เวลาที่จะได้กินขนมเข่งที่ออกมาจากกระทะร้อนๆ
สีน้ำตาลสวย....กลิ่นหอมของใบตอง , แป้งและน้ำตาล....เวลากินก็ใช้ตะเกียบ
อันเดียวจิ้มลงไปในขนมแล้วก็กวนๆยกขึ้นมา....มันจะยืด....แล้วเวลากิน
ก็อร่อยหอม นุ่มนิ่ม.......... ชอบกินแบบนี้มากกว่าตอนแข็งๆ
จะว่าไปก็คล้ายๆกาละแม แต่เนื้อนุ่มกว่า...แล้วรสชาดอ่อนกว่าเพราะ
ไม่มีกะทิ 

 

เคล็ดลับ - การที่นึ่งนานๆเพื่อให้สีของแป้งจะเปลี่ยนจากขาวเป็นน้ำตาล...
ยิ่งนานเท่าไหร่สียิ่งเข้มเท่านั้น

 

ปล.คราวหน้าจะมาเขียนเรื่องขนมเข่งชุปไข่ทอด.....

ปล 2. ที่บ้านไม่ทำเองแล้ว...ซื้อที่เค้าทำขายแทน....คนขายบางคน
ไม่ใช่ใบตอง ...แต่ใช้ถุงพลาสติกแทน.....

สมู๊ตตี้....อยากกินอ่ะ

posted on 06 Feb 2008 11:36 by maroommatum  in Dessert-Cook
วันนี้อ่านนิตยสารชีวจิตออนไล์น......มีสูตรทำสมู๊ตตี้.....อยากกินมากๆๆ

แต่ว่าไม่มีเครื่องปั่นอ่ะ......อด.....




ดู​เรื่องย้อนหลัง


นิตยสารชีวจิต​ฉบับ​ที่​ 224

สมูตตี้


สมูตตี้รสละมุน​ทั้ง​สองสูตรนี้อุดมไป​ด้วย​สารอาหารเพิ่ม​ความ​สวยอย่างครบครัน​ ​ทั้ง​วิตามินซี​ ​วิตามินเอ​ ​แถม​ยัง​มีกากใยสูง​ ​ช่วย​ให้​ระบบย่อยอาหารทำ​งาน​ได้​ดี​  ​ที่สำ​คัญอร่อย​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​กลัวอ้วน​

สูตรที่​ 1

ส่วน​ผสม

  • ลูกพีชกระป๋อง​ (เอา​แต่​เนื้อ) 2  ​ชิ้น​  
  • ข้าวโอ๊ต​  1/4 ​ถ้วย
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ​ 1 ​ถ้วย
  • น้ำ​ส้มคั้น​  1/2  ​ถ้วย
  • น้ำ​ผึ้ง​  1 ​ช้อนโต๊ะ

สูตรที่​ 2

ส่วน​ผสม

  • แก้วมังกร​ (ขนาดกลาง) 1  ​ลูก​
  • สตรอว์​เบอร์รี่​ 5-6  ​ลูก
  • โยเกิร์ต​   1  ​ถ้วย
  • น้ำ​ผึ้ง​   2  ​ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ​สูตรที่​ 1

  1. หั่นลูกพีช​เป็น​ชิ้น​ใหญ่​ ​เทลงเครื่องปั่น
  2. เทข้าวโอ๊ต​ ​น้ำ​ส้มคั้น​ ​โยเกิร์ต​ ​น้ำ​ผึ้งตามลงไป
  3. ปั่นรวม​กัน​จนละ​เอียด​ ​เท​ใส่​แก้ว​ ​ตกแต่ง​ให้​สวยงาม​ด้วย​ใบสะระ​แหน่

วิธีทำ​สูตรที่​ 2

  1. หั่นแก้วมังกร​ ​และ​สตรอว์​เบอร์รี่​เป็น​ชิ้นๆ​ ​ใส่​ลง​ใน​เครื่องปั่น
  2. เทโยเกิร์ต​และ​น้ำ​ผึ้งตามลงไป
  3. ปั่นรวม​กัน​จนละ​เอียด​ ​เท​ใส่​แก้ว​ ​ตกแต่ง​ให้​สวยงาม​ด้วย​ใบสะระ​แหน่

Tip

  • ถ้า​ไม่​เปรี้ยวบีบมะนาวเติม​ได้
  • ถ้า​ชอบสตรอว์​เบอร์รี่​ใส่​เพิ่ม​ได้​ตามใจชอบ


ที่มาข้อมูล - ชีวจิตออนไลน์

มะม่วงแช่อิ่ม (มั้ง)

posted on 02 Feb 2008 21:06 by maroommatum  in Dessert-Cook

ว่าจะทำน้ำปลาหวานกินกับมะม่วง.... ...ของไม่ครบอ่ะ...ไม่มีเคย......
อดเลย.....แต่ทิ้งมะม่วงไว้ก็คงได้เน่าอีกแน่....เลยเอามาดองทำแช่อิ่มซะดีกว่า

 

เริ่มแรกก็ปอกเปลือกมะม่วง...หรือถ้าชอบเหนียวๆก็ไม่ต้องปอกก็ได้....55+ 
ล้างมะม่วงตั้งให้สะเด็ดน้ำ.....แบ่งครึ่ง.. บังเอิญที่ซื้อมายังไม่แก่จัด.....
ไม่รู้ที่นี่เรียกอะไรอ่ะ....ตุ้มเป๊ะเรียกว่า...ยังไม่เข้าเบื้อง ....
และอีกอย่างชิ้นใหญ่ๆน่ากินกว่า.... 

 

คราวนี้ก็เอามะม่วงที่เตรียมไปแช่น้ำสุกผสมเกลือ....ทิ้งไว้หนึ่งคืน....
หลังจากนั้นก็ล้างมะม่วงตั้งให้สะเด็ดน้ำ..แล้วเอาไปแช่น้ำสุก.....ทิ้งไว้หนึ่งคืน....
ล้างมะม่วง....ตั้งให้สะเด็ดน้ำ...ระหว่างนั้นก็ไปเคี่ยวน้ำตาล.....เอาให้เหนียวหน่อย
เพราะเวลาเอามะม่วงลงไป....น้ำเชื่อมจะใสขึ้น.......เรียงมะม่วงแล้วราดด้วยน้ำเชื่อม
เสร็จแล้วก็เอาเข้าตู้เย็น.....ทิ้งไว้หนึ่งวัน...ก็จะกินได้....( แต่ตุ้มเป๊ะชอบทิ้งไว้นานกว่านั้นนิดหน่อย )

 

แค่นี้ก็จะได้มะม่วงแช่อิ่มมากินกันแล้ว.....ปลอดสี....สะอาด...อร่อย....
ที่สำคัญทำเองด้วย....ไว้ครบกำหนด...จะมาบอกว่าอร่อยเปล่า.....
( ไม่อร่อยก็ต้องว่าอร่อย.....ฮิฮิ....)

 

ปล. วิธีนี้ตุ้มเป๊ะก็เอาใช้กับทำกระท้อนด้วย....อร่อย..........ไม่รู้ซิ.....

ปล 2. ทำกี่รอบผลออกมาไม่เคยเหมือนกัน.........555+++

 

อยากกินไอติมกระท้อน......ได้ยินเปล่า........

กุยช่าย

posted on 12 Jan 2008 11:06 by maroommatum  in Dessert-Cook

ของโปรดมากๆ อีกอย่างค่ะ....ช่วงนี้อยากกินมากๆๆ แล้วก็ซื้อกินเกือบทุกวัน... กินไปก็เศร้าไปนิดๆๆ อร่อยแต่อ้วนอ่ะซิ น้ำหนักที่ทำไว้ตอนปลายปีคาบเกี่ยวต้นปียังไม่ลงเลย

วิธีการทำก็ง่ายแสนง่าย เคยทำกินมาแล้ว...ก็กางตำราที่ซื้อกับสถาบันนะแหละ ของเอกอาหารเ้ค้า.....จะเอามาลงก็จนใจเพราะตำราอยู่ที่บ้านนู้น....เลยหาในเน็ตเจอสูตรเดียวกัน...ของเค้าทำออกมาดูดี๊ดี จะบอกตอนทำนะ ไม่ค่อยชอบสูตรนี้ตอนกวนแป้ง กับห่อไส้ เพราะมันทำให้อ้วนได้ง่ายมากก็เล่นใส่น้ำมันกวนกับแป้ง แล้วก็เวลาปั้นทำไม่สวยส่วนใหญ่จะปั้นหนา เพราะบางไปไส้จะแตกทะลักออกมา ...เละ

เราก็มาดัดแปลงกันนิดหน่อยดีไม๊เพื่อสุขภาพ อย่างที่เค้าก็มีทำขายกัน...เอาแป้งแบบข้าวเกรียบปากหม้อผสมกับไส้กุยช่ายแทน อร่อยกว่าเดิมเพราะแป้งบางแถมแคลลอรี่ก็ต่ำกว่ากันเยอะ


 

ข้างล่างนี้สูตรจากโหระพาดอทคอมเค้าค่ะ หรือจะคลิ๊กไปที่นี่ค่ะ

ขนมกุยช่าย​ ​ไส้กุยช่าย​และ​ไส้หน่อไม้

การทำ​แป้ง

  • 1 1/2 ​ถ้วย​ ​แป้งข้าวเจ้า
  • 1/2 ​ถ้วย​ ​แป้งข้าวเหนียว
  • 1/2 ​ถ้วย​ ​แป้งมัน
  • 2 ​ถ้วย​ ​น้ำ​เปล่า
  • 1/4 ​ถ้วย​ ​น้ำ​มัน
  • 1/4 ​ถ้วย​ ​แป้งมัน​ (สำ​หรับนวด)


วิธีทำ
1. ​นำ​แป้งข้าวเจ้า​ ​แป้งข้าวเหนียว​ ​แป้งมัน​ ​น้ำ​เปล่า​ ​น้ำ​มัน​ ​ผสม​เข้า​ด้วย​กัน​ด้วย​มือ​ ​นวด​เป็น​เนื้อเดียว​กัน​ ​ใส่​ลง​ใน​กระทะทอง
หรือ​หม้อเคลือบ​ ​แล้ว​นำ​ไปตั้งไฟ​ ​ใช้​ไฟกลาง​ ​ใช้​ไม้พายกวนจนแป้งสุกร่อน​จาก​กระทะ​ ​จึง​ยกลง​ ​ทิ้งใว้​ให้​พอแป้งอุ่น
2. ​นำ​แป้งมันสำ​หรับนวด​ใช้​นวด​ ​ใส่​ลงไป​ใน​ข้อ​1 ​แล้ว​นวดจนแป้ง​ไม่​ติดมือ​ ​จึง​แบ่งแป้ง​เป็น​ก้อนๆ​ ​หนักก้อนละ​ 20 ​กรัม

ไส้กุยช่าย

  • 200 ​กรัม​ ​ใบกุยช่าย
  • 1/4 ​ช้อนชา​ ​โซดา​ไบคาร์บอเนต
  • 1 ​ช้อนโต๊ะ​ ​ซีอิ้วดำ
  • 2 ​ช้อนโต๊ะ​ ​ซีอิ้วขาว
  • 2 ​ช้อนชา​ ​น้ำ​ตาลทราย
  • 1 ​ช้อนโต๊ะ​ ​น้ำ​มันพืช
  • 1 ​ช้อนโต๊ะ​ ​กระ​เทียมสับละ​เอียด


1. ​นำ​ใบกุยช่ายล้าง​ให้​สะอาด​ ​ผึ่ง​ให้​สะ​เด็ดน้ำ​ ​ตัด​เป็น​ท่อนๆ​ ​ยาวประมาณ​ 1 ​ซ​.​ม.
2. ​นำ​กระทะตั้งไฟ​ ​ใส่​น้ำ​มันพอร้อน​ ​เจียวกระ​เทียมพอหอม​ ​นำ​ส่วน​ผสม​ทั้ง​หมดลงผัด​ ​ให้​เข้า​กัน​จนเปื่อยนุ่ม​ ​ถ้า​แห้งไป​ใส่​น้ำ​ได้​เล็ก​น้อย

ไส้หน่อไม้

  • 150 ​กรัม​ ​หน่อไม้ต้มสุก
  • 1/2 ​ถ้วย​ ​เนื้อไก่สับละ​เอียด
  • 1/4 ​ถ้วย​ ​กุ้งแห้ง​ (ขนาดกลาง)
  • 2 ​ช้อนโต๊ะ​ ​น้ำ​มันพืช
  • 1 ​ช้อนโต๊ะ​ ​ซีอิ้วขาว
  • 1 ​ช้อนโต๊ะ​ ​กระ​เทียมสับละ​เอียด
  • 1 ​ช้อนชา​ ​พริกไทยป่น
  • 1 ​ช้อนชา​ ​เกลือ


1. ​นำ​หน่อไม้มาหั่น​เป็น​เส้น​เล็กๆ​ ​ยาวประมาณ​ 2 ​ซ​.​ม.
2. ​ตั้งกระทะ​ใส่​น้ำ​มันลงไป​ ​กระ​เทียมสับ​ ​แล้ว​จึง​ใส่​ส่วน​ผสมที่​เหลือลงผัด​ ​ประมาณ​ 5 ​นาที​ ​จึง​ตักขึ้นพัก​ไว้​ให้​เย็น

วิธีห่อ​ ​และ​ ​นึ่ง
1. ​นำ​แป้งแต่ละก้อนมา​แผ่ออก​ ​ให้​เป็น​แผ่นกลมบาง​ ​เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ​ 2 - 2.5 ​นิ้ว​ ​แล้ว​ตักใส้​ใส่​ 1 ​ช้อนโต๊ะ​ ​ใส่​ตรงกลางของแป้ง
แล้ว​ใช้​ปลายนิ้วชี้​ ​และ​ ​ปลายนิ้วหัวแม่มือ​ ​จับขอบแป้งบีบ​เข้า​มาติด​กัน​เพื่อห่อใส้​ ​ทำ​จนหมดไส้
2. ​นำ​แป้งที่ห่อ​ใส่​ลัง​ถึง​ ​นึ่ง​ ​ขณะน้ำ​เดือนพล่านประมาณ​ 7 ​นาที​ ​จึง​ยกลง​ ​พรม​ด้วย​กระ​เทียมเจียว​ (อันนี้ทำ​เพิ่มเอา​เองนะคะ​ ​สูตร​ไม่​ได้​บอก​ไว้)
ทานขณะอุ่นๆ

น้ำ​จิ้ม

  • 1 ​เม็ด​ ​พริกเหลือง​ ​หรือ​ ​พริกแดง​ ​โขลกละ​เอียด
  • 2 ​ถ้วย​ ​ซีอิ้วหวาน
  • 1/4 ​ถ้วย​ ​ซีอิ้วขาว
  • 2 ​ช้อนโต๊ะ​ ​น้ำ​ส้มสายชู
  • 2 ​ช้อนโต๊ะ​ ​น้ำ​ตาลทราย


ผสมทุกอย่าง​เข้า​ด้วย​กัน

 

ส่วนอันนี้สูตรของสถาบันค่ะ แต่วิทยาเขตพระนครใต้ ( อ่านแล้วมันก็คือๆกันค่ะ )

ขายขนมกุยช่าย
เงินลงทุน
ครั้งแรกประมาณ 5,000 บาท เงินทุนหมุนเวียน 300 บาท/ วัน
รายได้ ดือนละประมาณ 15,000 บาท
วัสดุ/อุปกรณ์ เตาแก๊สพร้อมถัง กะละมัง ลังถึง ไม้พาย มีด ไม้คลึงแป้ง พิมพ์กลม

ส่วนผสมแป้ง

  • แป้งข้าวจ้าว 200 กรัม
  • แป้งมัน 100 กรัม
  • น้ำเดือดจัด 2 ถ้วยตวง
  • กระเทียมเจียว

วิธีทำ
1. ผสมแป้งทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน เทน้ำร้อนใส่ ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน พออุ่นนวดให้เนื้อเนียน
2. เอามือแปะแป้งนวล (แป้งมัน) เล็กน้อยนวดจนเหนียวนุ่ม คลึงแป้งเป็นก้อนยาว ใช้มีดตัดให้เท่า ๆ กัน นำไปคลุกแป้งนวลปั้นเป็นก้อนกลม แผ่ให้บางเป็นรูปเบ้าหรือถ้วย
3. ตักไส้ใส่ จีบริมแป้งให้สวยงาม กดก้อนแป้งให้แบนเล็กน้อย วางบนลังถึงซึ่งปูด้วยใบตองฉีกหยาบ ๆ ทาน้ำมันเล็กน้อย วางให้ห่างกันพอควร
4. นึ่งด้วยไฟแรงพรมน้ำบนตัวขนมเล็กน้อย นึ่งประมาณ 15 นาที ยกลง พรมด้วย กระเทียมเจียว

วิธีทำไส้

  • ใบกุ่ยช่ายล้างสะอาดหั่นหยาบ ๆ 3 ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
  • กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ

นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าหมัก 5 นาที ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ ผัดพอสุก

( อันนี้งงอ่ะ ไม่น่าจะใช่นะ -*- )

วิธีทำน้ำจิ้ม

  • ซีอิ้วหวาน ½ ถ้วยตวง
  • น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
  • ซีอิ้วดำหรือขาว ½ ถ้วยตวง
  • พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด

นำส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นพริกชี้ฟ้าแดงผสมคนให้เข้ากัน จากนั้นจึงใส่พริกชี้ฟ้าแดงแกะเม็ดโขลกละเอียด

สถานที่ฝึกอบรม
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครใต้ โทร. 0 2211 2050, 0 2211 2056
ข้อแนะนำ
1. การเพิ่มปริมาณเพื่อการขายต้องเพิ่มอัตราส่วนให้มากขึ้น
2. สามารถทำไส้อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย เช่น หน่อไม้ มันแกว เผือก

 
มีอีกเว็บค่ะครัวไกลบ้าน มีคนทำแล้วเอารูปมาลง มีอยู่คนนึงจีบได้เก่งมากๆๆ สวย
 

 
ส่วนที่จะดัดแปลงเอาแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อ ใครอยากทำข้าวเกรียบปากหม้อ สูตรเต็มก็ที่นี่เลยค่ะจาก Guzzie สัพเพเหระข้างครัว

 

ข้าวเกรียบปากหม้อ

ส่วน​ผสมแป้ง​

  • แป้งข้าวเจ้า​ 250 ​กรัม​
  • แป้งเท้ายายม่อม​ 1/ 4 ​ถ้วย​
  • แป้งมัน​ 1/ 4 ​ถ้วย​
  • น้ำ​ 4 ​ถ้วย​


ขั้นตอนผสมแป้งและทำตัวข้าวเกรียบ

1. ​ผสมแป้งข้าวเจ้า​ ​แป้งเท้ายายม่อม​ ​แป้งมัน​ ​เข้า​ด้วย​กัน​ ​ค่อย​ ​ๆ​ใส่​น้ำ​ลงไปทีละน้อย​ ​คน​ให้​เข้า​กัน​ดี​ ​ทำ​ไปเรื่อย​ ​ๆ​ ​จนหมดน้ำ​
2. ​เตรียมหม้ออะลูมิ​เนียมคอคอด​ ​ขึงผ้าขาว​ให้​ตึง​ ​เหลือช่อง​ให้​ไอน้ำ​ออก​เล็ก​น้อย​ ​ใส่​น้ำ​ลงไป​ 1/ 2 ​หม้อ​ ​ตั้งไฟ​ให้​เดือด​ ​ใช้​ทัพพีตักแป้งละ​เลง​ให้​เป็น​แผ่นกลม​ ​ปิดฝากะพอแป้งสุก​ ​เปิดฝา​ ​ตักไส้​ใส่​ตรงกลาง​ ​พับสี่ทบ​ ​ตักขึ้น​

เทคนิค​ใน​การทำ​ข้าวเกรียบปากหม้อ​นั้น​ ​คือ​ ​ก่อนที่​เรา​จะ​ละ​เลงแป้งทุกครั้ง​ ​จะ​ต้อง​คนแป้ง​ให้​เข้า​กัน​ก่อน​ ​เพราะ​เมื่อเราผสมแป้งทิ้ง​ไว้​ ​แป้ง​จะ​นอนก้น​
อุปกรณ์ที่​จะ​ต้อง​ใช้​เวลาทำ​ข้าวเกรียบปากหม้อ​ ​คือ​ ​หม้ออะลูมิ​เนียมคอคอด​ ​แบบที่​เขา​ใช้​นึ่งข้าวเหนียว​ ​นำ​มาขึงผ้าขาว​ให้​ตึง​ ​ผ้าที่​ใช้​ควร​เป็น​ผ้าดิบที่ฟอก​แล้ว​หรือ​เป็น​ผ้า​โทเรสีขาว​ ​ก็​ได้​ ​ควรนำ​ผ้า​นั้น​แช่น้ำ​ทิ้ง​ไว้​ค้างคืนก่อนนำ​มา​ใช้​ ​เพื่อเวลา​เราละ​เลงแป้ง​แล้ว​ ​แป้ง​จะ​ได้​ไม่​ติดผ้า​ ​เวลาขึงผ้า​กับ​หม้อ​ ​อย่าลืมเว้นช่องเอา​ไว้​ให้​ไอน้ำ​ออกสักหน่อย​ ​ด้วย​นะคะ​

( ส่วนตัวนะ - ปกติจะเรียกว่าผ้าขาวบางค่ะ และที่เค้าให้ใช้โทเร ส่วนตัวคิดว่ามันหนาไปนิดนึงนะ ไม่เคยทำยังกระแดะคอมเม้นต์เค้าซะ... -_-"" แล้ววิธีการทำ - เคยดูเวลารอซื้อไม๊ค่ะ ดูเค้าทำน่าสนุก แต่ทำเองน่าจะสนุกกว่านะ )


มีสูตรแป้งอีกอันค่ะ อันนี้ไม่ต้องใส่แป้งท้าวยายม่อมด้วย ( ชอบอ่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก ขี้เกียจหาแป้งอ่ะ วุ่นวาย >_< ) สูตรอันนี้หาจากเน็ตค่ะ แต่ไม่สามารถอ้างอิงที่มาได้ค่ะ ทราบแค่นี้ค่ะ academic.obec.go.th/advice/doc/fr_career/home_economics/pakmor.doc

ข้าวเกรียบปากหม้อ-สาคูไส้หมู
เงินลงทุน ครั้งแรกประมาณ 1,000 บาท
รายได้ ประมาณ 9,000 บาท ขึ้นไป/เดือน
แหล่งจำหน่าย ตลาด แหล่งชุมชน หมู่บ้านจัดสรร
อุปกรณ์ หม้อดิน หรือหม้ออลูมิเนียมขนาดกลาง เตาถ่านไม้พายเล็กๆ ถาด ถุงพลาสติก (ร้อน) ไม้จิ้ม

ข้าวเกรียบปากหม้อ
ส่วนผสมตัวแป้ง

  • แป้งมันสำปะหลัง 1 กก
  • แป้งข้าวจ้าว 1 ก.ก.
  • น้ำ 4 ก.ก.

ไส้หวาน

  • หัวผักกาดหวาน(หัวไชโป้) 1 ก.ก.
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ก.ก.
  • ถั่วลิสง ½ ก.ก.
  • หอมแดง (หัวใหญ่) 1 ก.ก.
  • รากผักชี 10 ราก
  • น้ำมันพืช ½ ก.ก.

วิธีทำ
1. ล้างหัวผักกาดหวานให้สะอาด แล้วสับให้ละเอียด
2. คั่วถั่วลิสงเอาเปลือกออก นำมาตำไม่ต้องละเอียด นัก
3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำหอมแดงที่หั่นละเอียดกับรากผักชีที่โขลกไว้ มาผัด ให้เหลืองใส่หัวผักกาด หวานสับ น้ำตาลปี๊บ เคี่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำตาลเหนียวใส่เกลือเล็กน้อย คลุกให้ทั่ว
4. นำถั่วลิสงที่คุณตำมาคลุกกับไส้ผัด (ในข้อ 3) ให้ทั่ว จะได้ใช้ที่ เหนียวพอเหมาะ ตักใส่จานไว้
5. นำแป้งข้าวจ้าว แป้งมัน นำมาผสมกันตามส่วน
6. เอาน้ำใส่หม้อดินหรือหม้ออลูมิเนียมประมาณ ¾ ของหม้อ ใช้ผ้าขาวบางขึงปากหม้อให้ตึง มัดด้วยเชือกโดยรอบคอหม้อให้แน่น เหลือปากหม้อเล็กน้อยเพื่อให้ไอน้ำออกได้ ยกหม้อขึ้นตั้งไฟปิดฝา ตักแป้ง 1 ช้อนโต๊ะ ละเลงเป็นวงกลมบนผ้า ปิดฝา
7. เมื่อแป้งสุก เปิดฝาออกตักไส้หยอดพอสมควร ใช้ไม้พายเล็กแซะแป้งออกเป็นสี่เหลี่ยม ตักใส่ถาด พรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว

สาคูไส้หมู

ส่วนผสม

  • สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วย
  • น้ำร้อน ½ ถ้วยตวง

วิธีทำ

นำสาคูมานวดกับน้ำร้อนจนเหนียวนุ่ม ปั้นเป็นก้อนกลม กดให้แบน แล้วนำไส้ที่ ปรุงไว้ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แต่เล็กกว่า ใส่ตรงกลาง ดึงแป้งสาคูปิดให้มิด ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมจัดเรียงบนปากหม้อ (หรือจะใช้ลังถึงปูด้วยใบตอง ปิดฝาพอสุกตักใส่ถาด พรมด้วยกระเทียมเจียว ”ไส้ของสาคูไส้หมูใช้ไส้เช่นเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อ”
เครื่องเคียง ใบผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู

ข้อแนะนำ
1. การนึ่งสาคูไส้หมู ใช้นึ่งในลังถึงปูด้วยใบตองแทนก็ได้หม้อข้าวเกรียบปากหม้อก็ได้
2. ถ้าต้องทำปริมาณมาก ให้เพิ่มอัตราส่วนต่างขึ้นตามส่วน

 

ปล. ตอนทำไส้ ตุ้มเป๊ะไม่ได้ใส่นะ ไอ้เจ้าโซดาไบคาร์บอเนต ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่ทำไม มันไว้ใส่ในตัวแป้งขนมปังไม่ใช่เหรอ เพื่อให้ขนมมันฟู แล้วเอามาใส่ทำไมหว่า...

ตามที่ได้ทำเกี๊ยวทอดกินเมื่อประมาณ 3 วันก่อน วันนี้เปิดหนังสือดูอีกรอบ...เจอขนมปังหน้าหมู-ข้าวโอ๊ต

อยากทำแต่ว่าวัตถุดิบไม่พร้อม ไอ้ที่ไม่พร้อมก็คือตัวขนมปัง....ลืมอ่ะ ลืมเอาไปตากแดดก่อน

เลยอดทำ.....เอาเป็นว่า เรามาดูสูตรกันดีกว่า เผื่อใครอยากจะทำกินเอง ไม่ยากหรอก รับรอง

 

ขนมปังหน้าหมู - ข้าวโอ๊ต

ส่วนผสม

หมูบด                                                         100 กรัม

ข้าวโอ๊ตกระป๋องสีน้ำเิงิน                                 50 กรัม

น้ำเปล่า                                                         2 ช้อนโต๊ะ

ซอสปรุงรส                                                    1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย                                                  1 ช้อนชา

น้ำมันงา                                                        1 ช้อนชา

ขนมปังแซนด์วิช (ผึ่งลมให้แห้ง)                       1 แถวเล็ก

ตัวเป็นชิ้นพอคำ

ไข่ไก่                                                            4 ฟอง

น้ำมันสำหรับทอด

ผักชีสำหรับแต่งหน้า

วิธีทำ

  1. ผสมหมูบด ข้าวโอ๊ต น้ำเปล่า ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย น้ำมันงา ให้เข้ากัน นวดจนเหนียว
  2. ทาส่วนผสมในข้อ 1 บนขนมปังและนำขนมปังไปชุปไข่ ตกแต่งด้วยใบผักชี
  3. ตั้งกระทะใ่ส่น้ำมัน ไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนนำขนมปังลงทอดโดยคว่ำหน้าลง ทอดให้เหลืองทั้งสองด้าน
  4. ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เสิรฟ์คู่กับน้ำจิ้ม

**** บ้านไหนมีไมโครเวฟ ไม่ต้องเอาขนมปังไปผึ่งลมก็ได้ แค่เอาเข้าไปเวฟนิดหน่อยให้เนื้อขนมปังแห้ง เวลาทอดจะได้ไม่อมน้ำมันและกรอบ ออ...อย่าลืมหั่นเป็นรูปตามที่ชอบก่อนเอาไปเวฟนะ เวฟเสร็จแล้วหั่นไม่สวย

แต่ตุ้มเป๊ะชอบกรอบๆ ก็จะตากแดดให้เนื้อขนมปังแห้งโคตรๆ เวลาทอดจะกรอบอร่อย แต่บางคนจะว่าแห้งไป

นานาจิตตัง เลือกทำตามชอบนะ่คะ

อีกอย่างเท่าที่เคยทำและสังเกต อย่าชุปไข่พักไว้นาน เพราะไข่จะซึมและทำให้เนื้อขนมปังนิ่มแฉะค่ะ

 

น้ำจิ้ม

ส่วนผสม

น้ำตาลทราุย                                                 1/2 กิโลกรัม

น้ำส้มสายชู                                                     3 ช้อนโต๊ะ

เกลือ                                                             1 ช้อนชา

แตงกวาผ่าครึ่งหั่นขวาง                                    3 ลูก

พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแว่น                                        1 เม็ด

หอมเล็กซอย                                                   3 หัว

วิธีทำุ

  1. ผสมน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู เกลือ คนให้เข้ากัน ตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวให้ข้นเล็กน้อย ยกลงพักให้เย็น
  2. จัดเสิรฟ์พร้อมแตงกวา พริกชี้ฟ้าแดง และหอมเล็กซอย
***** มันก็คือน้ำจิ้มอาจาดค่ะ... แต่ตุ้มเป๊ะไม่ทำหรอก เสียเวลาแล้วชอบกินแบบน้ำจิ้มไก่มากกว่า....หรือถ้าเอาสะดวกก็ซื้อน้ำจิ้มไก่มาแทน ไม่ต้องทำ ยี่้ห้อที่ชอบก็ตราเด็กสมบูรณ์ค่ะ ยี่ห้ออื่นๆ ไม่อร่อย สู้ทำเองไม่ได้

งวดนี้คงไม่มีหน้าตามาโชว์ เกรงใจคนแวะมา....กลัวมันจะเป็นมลพิษทำลายสายตา ...

 

 

ปล. ดีใจโคตรๆ ที่มีแท็กภาษาไทยได้แล้ว เดิมไม่เคยทำเลยเพราะไม่รู้จะหาคำปะกิตอะไรมาใส่ อึดอัดมากๆๆ

thai santisuk