DC#- ข้าวฟ่าง
posted on 05 Dec 2007 21:21 by maroommatum in Dessert-Cookข้าวฟ่าง.....รู้จักกันไม๊ค่ะ.....ไม่ใช่ข้าวฟ่างในละครนะ...( นานมากๆๆ เรื่องลำยองมั้ง ละครบอกวัยจริงเลย -_-" )
ข้าวฟ่างเป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่ง เม็ดเล็กขาวนวลออกเหลือง มีประโยชน์เยอะ แต่ตุ้มเป๊ะไม่ชอบ ไม่อร่อย กลิ่นก็เหม็น
ในชีวจิตออนไลน์เค้ามีสูตรทำขนมด้วย ใครขยันอยากลองก็ลองทำกันดูนะ
นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 220
ข้าวฟ่างเปียกเผือก
ถึงจะเป็นสาวสมัยใหม่ แต่ก็ยังเชื่อที่โบราณบอกว่าข้าวฟ่างเป็นยา เพราะข้าวฟ่างมีคุณค่าทางอาหารสูง มีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือดลม บำรุงน้ำนมแม่ ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการเจ็บป่วยเรื้อรัง นอกจากนั้นแล้วยังมีเส้นใยที่ดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย
ขนมอร่อยหากินยากอย่างนี้ เมื่อรู้วิธีทำและเคล็ดลับดีๆ อย่างนี้แล้ว ก็ทำกินเองเสียเลย ง่ายจัง
ส่วนผสม
- ข้าวฟ่าง 1 ถ้วย
- เผือกและฟักทอง (กดเป็นรูปตามพิมพ์) 1-2 ถ้วย
- น้ำ 5 ถ้วย
- ใบเตยคั้นน้ำ (5 ใบ น้ำ 1ถ้วย) 1/2 ถ้วย
- น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว 1/2 ถ้วย
- น้ำเต้าหู้ 2 ถ้วย
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสำหรับละลายแป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีเปียกข้าวฟ่างและเผือก
- ล้างข้าวฟ่างให้สะอาด ใส่น้ำตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวพอเดือด
- ใส่เผือกและฟักทองลงไป เคี่ยวจนข้าวฟ่าง เผือก และฟักทอง สุกดี
- ใส่น้ำตาลและน้ำใบเตยคั้นลงไป
- พอสุกยกลง
วิธีทำน้ำเต้าหู้สำหรับราด
- นำน้ำเต้าหู้ตั้งไป ใส่เกลือ คนจนร้อนจัด
- ใส่แป้งข้าวเจ้าที่ละลายน้ำแล้วลงไป คนให้เข้ากัน น้ำเต้าหู้จะข้นขึ้น นำน้ำเต้าหู้ราดบนข้าวฟ่าง
Tip:
- เผือกและฟักทองรวมกันให้ได้ 1 ถึง 2 ถ้วย จะใส่อย่างไหนมากอย่างไหนน้อย สามารถเพิ่มและลดได้ตามชอบใจ
- เพื่อรสชาติและประโยชน์ที่หลากหลาย สามารถใส่ลูกตาล ลูกจาก มัน ลูกเดือย โรยงา
- เมื่อเปียกได้ที่แล้ว ถ้าต้องการให้หยุดสุก ให้วางหม้อในน้ำเย็น ข้างฟ่างจะสุกอยู่ตัว ไม่สุกเกินไป
มีคนทำเป็นกับข้าวด้วย ดูได้จากข้างล่างคัดลอกมาจาก http://naichef.50megs.com/oat24.html
ดูแล้วก็น่ากิน
ข้าวฟ่าง
"ข้าวฟ่าง" ธัญพืชมากด้วยคุณประโยชน์ เพราะอุดมไปด้วยเส้นใย เป็นอาหารที่ย่อยง่าย มีสารโปรตีนในปริมาณใกล้เคียงกับถั่วเหลือง อีกทั้งธาตุแมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินบี3 สูง
ข้าวฟ่างมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดคือ ข้าวฟ่างสำหรับเลี้ยงสัตว์ มีลักษณะเป็นเมล็ดกลมใหญ่ สีขาวและสีแดง เนื้อแข็ง อีกชนิดหนึ่งคือข้าวฟ่างสำหรับให้คนรับประทาน มีขนาดเล็กกว่า สีเหลืองปนน้ำตาล เมล็ดที่เล็กมากจะเป็นสีเหลืองเท่านั้น
การรับประทานข้าวฟ่างเป็นประจำจะทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานป้องกันโรคภูมิแพ้ นำมาทำเป็นกับข้าว อาหารว่าง และขนมหวานได้อร่อย คนรุ่นก่อนนิยมนำข้าวฟ่างมาทำเป็นขนมหวานที่มีชื่อว่า "ข้าวฟ่างเปียก" รับประทานกันเพราะมีรสหวาน ราดด้วยหัวกะทิรสเค็มมัน โดยเลือกใช้ข้าวฟ่างเมล็ดเล็กสีเหลืองมาต้มจนสุกนุ่ม ใส่น้ำตาลแล้วต้มจนน้ำตาลละลาย จึงใส่แป้งมันละลายน้ำ ต้มจนแป้งสุกใส
สำหรับข้าวฟ่างที่จะนำมาทำกับข้าวนั้น เลือกใช้ข้าวฟ่างสีเหลืองปนน้ำตาล ซึ่งจะมีเนื้อแป้งมากกว่าเมล็ดสีเหลืองเล็ก ก่อนลงมือปรุงอาหารจากข้าวฟ่างจำเป็นต้องล้างเอาเศษฝุ่นละอองออกให้หมด ต้มด้วยไฟอ่อนจนข้าวฟ่างสุกอุ้มน้ำดี ข้าวฟ่างจึงจะสุกนุ่มและนำไปทำอาหารจานต่างๆ ได้โดยเลือกอาหารที่มีรสเข้มข้น เพราะตัวข้าวฟ่างมีรสมัน เมื่อรับประทานร่วมกับเครื่องปรุงอื่นในอาหารจานนั้นจะช่วยให้ข้าวฟ่างมีรสอร่อยขึ้น เช่น ทำเป็นยำรสจัด แกงกะทิรสเข้มข้น ซึ่งทำได้ทั้งแกงคั่ว แกงเผ็ด เพราะกะทิที่มีความมันทำให้เนื้อข้าวฟ่างนุ่มมากยิ่งขึ้น
ข้าวฟ่างหาซื้อได้ตามร้านอาหารเพื่อสุขภาพหรือตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เลือกซื้อข้าวฟ่างที่สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกอื่นๆ ปนมามาก เมื่อใช้ไม่หมดให้เทออกจากถุงใส่ไว้ในขวดโหล ปิดฝาให้สนิทจะเก็บไว้ได้นาน
เครื่องปรุง
| สับปะรดปัตตาเวีย | 1 | ผล |
| ข้าวฟ่างต้มสุก | 1 | ถ้วย |
| ปลาสำลี หนัก 300-100 กรัม | 1 | ตัว |
| ตะไคร้หั่น | 3 | ช้อนโต๊ะ |
| ข่าหั่น | 1 | ช้อนโต๊ะ |
| หัวกะทิ | 1 | ถ้วย |
| กะทิ | 3 | ถ้วย |
| น้ำพริกแกงคั่ว | 2 | ช้อนโต๊ะ |
| เกลือป่น | 1 | ช้อนชา |
| น้ำตาลปีบ | 2 | ช้อนโต๊ะ |
| น้ำปลา | 1-2 | ช้อนโต๊ะ |
| น้ำมันพืช | 1 | ช้อนโต๊ะ |
วิธีทำ
1. โขลกตะไคร้ ข่า เกลือ เข้าด้วยกันพอหยาบ พักไว้
2. ควักเหงือกปลาและไส้ออกให้หมด ล้างแล้วเคล้าด้วยเครื่องที่โขลกกับน้ำมันพอทั่ว หมักไว้ 15 นาที นำไปอบจนปลาสุกและมีกลิ่นหอม แกะเอาแต่เนื้อปลา
3. ปอกเปลือกสับปะรด ผ่าเอาตาออกให้หมด สับตามยาวของผลแล้วฝาน บีบเอาน้ำออก
4. เคี่ยวหัวกะทิให้แตกมัน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนมีกลิ่นหอม ค่อยๆ ใส่กะทิจนหมด พอเดือดใส่ข้าวฟ่าง สับปะรด
5. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ชิมรส ถ้าอ่อนเปรี้ยวจึงใส่น้ำมะขามเปียก เร่งไฟจนเดือด ใส่เนื้อปลา ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ
เครื่องปรุง
| ข้าวฟ่างต้มสุก | 1/4 | ถ้วย |
| มะม่วงเปรี้ยวสับ | 1/2 | ถ้วย |
| แครอทหั่นชิ้นเล็กยาว | 1/4 | ถ้วย |
| แตงกวาหั่นชิ้น | 1 | ลูก |
| ผักชีเด็ดเป็นใบ | 1 | ต้น |
| ไส้กรอกเจหั่นเป็นเส้น | 1 | ชิ้น |
| ถั่วลิสงคั่ว | 2-3 | ช้อนโต๊ะ |
เครื่องปรุงน้ำยำ
| พริกขี้หนูบุบ | 1 | ช้อนโต๊ะ |
| น้ำตาลทรายแดง | 1/2 | ช้อนชา |
| น้ำมะนาว | 2 | ช้อนโต๊ะ |
| ซีอิ๊วขาว | 2 | ช้อนโต๊ะ |
ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายดี
วิธีทำ
1. ใส่ข้าวฟ่าง มะม่วง แครอท มะเขือเทศ แตงกวา ไส้กรอกเจ ลงในอ่างผสม
2. ใส่ส่วนผสมน้ำยำที่ทำไว้ เคล้าพอทั่ว
3. ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วและผักชี เสิร์ฟ
หรือจะเอาตุ๋นเยื่อไผ่ ไ้ด้ไม๊
ไม่เคยรู้นะว่าฟางข้าวใช่ลดความอ้วน 









#1 By แพนด้าญี่ปุ่น on 2007-12-06 09:59