D-C#-น่าลองทำโยเกิร์ตกินเอง
posted on 19 Oct 2007 20:46 by maroommatum in Dessert-Cookโยเกิร์ตที่ขาด ส่วนใหญ่มักจะหวาน และรสชาดของผลไม้กับไอ้ที่ใส่ๆๆลงไปจำพวกธัญญพืช มันไม่ค่อยอร่อย >_<
ไปอ่านเจอที่ที่นี่ดอมคอม เลยลองเสิร์ทหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็ไ้ด้เคล็ดลับเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย :)
_________________________________________________________
มาหัดทำโยเกิร์ตกินกัน
ทุกวันนี้เรานิยมดื่มนมเปรี้ยวกันมากขึ้น นมเปรี้ยว ก็คือ โยเกิร์ต ชนิดหนึ่งที่พร้อมดื่มได้เลย
อันที่จริงก็คือน้ำนมที่ผ่านการเติมเชื้อ จุลินทรีย์ เช่นแลคโตบาซิลัส
ซึ่งเป็นแบคทีเรียพันธุ์ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
และเป็นตัวทำให้เกิดรสเปรี้ยวในน้ำนม
ถ้าอยากจะทำโยเกิร์ตกินเองภายในบ้าน ไม่ยากเลย มีวิธีทำนั้นง่ายๆ ดังนี้...
>>: นำนมสดยูเอชที (นมกล่อง) จะเป็นรสหวาน หรือรสจืดก็ได้ ขนาด 1 ลิตร ต้มด้วยไฟปานกลาง
จนเดือด แล้วยกลงจากเตา วางทิ้งไว้จนนมลดออุณหภูมิลงเหลือประมาณ 40 องศาC
>>: เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป (เลือกชนิดที่ไม่ใส่รสผลไม้) แล้วคนให้เข้ากัน
>>: จากนั้นเทแบ่งใส่ภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน แล้วลองชิมดู ถ้าหากยังไม่เปรี้ยวถูกใจ
ก็อาจวางทิ้งไว้อีกสักพักประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ได้ แล้วจึงค่อยนำเข้าแช่ตู้เย็น
เวลาจะกินจึงใส่ผลไม้หรือแยมผลไม้ หรือธัญพืชที่ชอบลงไป
>>: คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วหม่ำ
>>: อร่อยโยเกิร์ตที่ทำนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน
ขอบคุณเนื้อหาดี ๆ
จาก ผู้หญิงนะคะดอทคอม
โดย :โซดา (สมาชิก) โพสเมื่อ [ วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม 2550 เวลา 14:42 น.]
_________________________________________________________
แล้วตามต่อด้วยคุณประโยชน์จาก home-made yogurt
โยเกิร์ตไม่ใช่นมแต่คือกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่ใช้นมเป็นอาหาร
คุณประโยชน์จากโยเกิร์ต
1. โยเกิร์ตย่อยง่าย เพราะน้ำตาลแลคโตสในนม ( ซึ่งเป็นตัวหลักที่ทำให้คนแพ้นม )
ถูกแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสเปลี่ยนให้กลายเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย
โปรตีนย่อยยากในนมที่เรียกว่าเคซีนก็ถูกย่อยโดยเอนไซน์จากแบคทีเรียในโยเกิร์ต
เช่นกัน ดังนั้นผู้ที่แพ้นมจะไม่มีปัญหากับการรับประทานโยเกิร์ต
2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยับยั้งจุลชีพที่ไม่ดีในลำไส้ กรดแลคติกในโยเกิร์ตจะยับยั้ง
จุลชีพที่อาจเป็นโทษต่อร่างกาย เช่น เชื้อซัลโมเนลลา ( Samonella typhidie )
อีโคไล ( E. Coli ) โคลินแบคทีเรีย ( Corynebacteria diphtheria )
โดยโยเกิร์ตทำให้เชื้อเหล่านั้นไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้
เราควรรับประทานโยเกิร์ตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีกลุ่มแบคทีเรียนที่ดีอาศัยอยู่ในลำไส้
3. เป็นแหล่งวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 1 ( ไรโบฟลาวิน ) แบคทีเรียในโยเกิร์ต
ยังช่วยร่างกายสังเคราะห์วิตามินบี และวิตามินเคในลำไส้
4. ช่วยรักษาโรคท้องเสีย ท้องเดิน และแผลในกระเพาะอาหาร จากการวิจัยพบว่า
ผู้ป่วยเด็กหายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้น หลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต
5. ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียดีขึ้น กรดแลคติกในโยเกิร์ตจะย่อยแคลเซียม
ในนมเดิมให้มีโมเลกุลเล็ก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม และนำไปใช้ได้ดีขึ้น
6. เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ในโยเกิร์ตมีโปรตีนมากกว่านมถึง 20 %
และยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย
7. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ แลคโตบาซิลัสช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอล
และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้
8. ช่วยป้องกันมะเร็ง แลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง และสามารถจับกับ
โลหะหนัก และกรดน้ำดีซึ่งมีพิษ แลคโตบาซิลัสช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียที่สร้าง
สารไนเตรทก่อมะเร็งได้ แลคโตบาซิลัสยังช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็น
สารต้านมะเร็งได้อีกด้วย
_________________________________________________________
แล้วมาต่อกันด้วยเคล็ดการสังเกตตัวโยเกิร์ตว่ากินได้หรือว่าเสีย.....เค้าได้บอกว่า.......
.. ถ้าทำแล้ว ครีมแยกตัว มีน้ำใส ๆ อยู่บนครีม แสดงว่า เสียนะคะ ต้องเททิ้งค่ะอย่าเสียดาย
แล้วเวลาซื้อมาทานไหงมันคล้ายแบบนี้น้า....เสียเปล่าเนี่ย >_<
ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่เค้าได้แนะนำการทำเค้กโยเกิร์ตมะม่วง......
ใครสนใจจะลองทำก็คลิ๊กตามลิ้งค์ไปดูที่เจ้าตัวเค้าก็แล้วกันนะค่ะ ^_^












จำความได้ว่า พี่สาวผมชอบทานโยเกิร์ตมาก มีไว้ในตู้เย็นเคยเห็นหน้าตาเป็นเมือกข้นๆ ไม่กล้าทานอ่ะครับ ทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยทานอยู่ดี แต่นมเปรี้ยวผมทานได้ครับ ชอบด้วยหล่ะ อาหย่อย
#1 By -Press F5- on 2007-10-19 22:26