คัดลอกข้อความบางส่วนจาก http://www.panya.iirt.net/read/  เรื่อง วางไม่เป็นเย็นไม่ได้   

ถ้าเราสร้างความสุข ก็เรียกว่าเราทำด้วยความฉลาด มีความเข้าใจในเรื่องนั้นถูกต้อง แล้วเราก็ทำมันถูกต้อง แล้วเราก็ทำมันให้เป็นความสุขความสบายใจ แต่ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่องนั้นถูกต้อง เราทำด้วยอำนาจความหลงผิด ความเข้าใจผิด ความเข้าใจผิดก็เกิดเป็นปัญหา คือ ความทุกข์ความเดือดร้อน แล้วก็เมื่อมีความทุกข์ความเดือดร้อนใจเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ ทำไมจึงแก้ไม่ได้ ก็เพราะว่าเราไม่ศึกษาให้ละเอียด ถึงเรื่องอะไรๆ ที่เกิดขึ้นในจิตใจของเรา

พูดอีกอย่างหนึ่งว่า ไม่ได้มองดูตัวเองให้ชัดเจนในเรื่องนั้นๆ มีความคิดเดือดร้อนใจก็แก้ทางวัตถุ ด้วยวิธีการต่างๆ หรือมิฉะนั้นก็ใช้ยาประเภทต่างๆ เป็นเครื่องระงับ ยานั้นมันเป็นเครื่องระงับทางร่างกาย คือเมื่อเรารับประทานยาเข้าไปแล้วก็นอนหลับไป เวลานอนหลับนั้นเราไม่ได้คิดอะไร แต่ว่าเวลาตื่นชึ้นมามันอาจจะคิดอีกก็ได้ เพราะฤทธิ์ยามันหมดเสียแล้ว ยามันช่วยให้เราหลับลงไปเท่านั้นเอง แต่ว่าตื่นขึ้นมานั้นอารมณ์นั้นมันก็วิ่งเข้ามาหาเรา เราก็เก็บอารมณ์นั้นมาคิดมานึกต่อไป ความทุกข์ในรูปเก่ามันก็กลับมาหาเราต่อไป จึงกล่าวได้ว่ายานั้นช่วยได้นิดได้หน่อย ไม่ได้ช่วยให้มากมายอะไรนัก

สิ่งที่จะช่วยเราได้มากนั้นก็คือการสกัดอารมณ์ ที่จะทำให้เราเกิดความทุกข์ความเดือดร้อน เราสกัดมันเสีย อย่าให้มันเกิดขึ้นในจิตใจของเรา นั่นแหละเป็นยาวิเศษ เป็นยาที่จะช่วยทั้งป้องกัน ทั้งแก้ไขให้ชีวิตของเรา มีสุขภาพจิตเป็นเรื่องปกติต่อไป ในเรื่องอย่างนี้เราจะต้องศึกษา แล้วก็กระทำการแก้ไข ทีนี้ในการศึกษานั้น ก็ต้องรู้กรรมวิธีของเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องจิตใจ คือให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาอย่างไร มาตามทางไหนแล้วเราก็มีประตูสำหรับคนเข้าออก แล้วต่อมาก็มีขโมยนี่มันเข้ามาทางไหน เข้ามาลักของของเราไปมาอย่างไร

ถ้าเรารู้ว่ามันเข้ามาทางใดจะอุดทางนั้นเสีย ปิดไม่ให้ขโมยเข้ามาทางนั้นต่อไป หรือมิฉะนั้นเราก็ไปสกัดกั้น คอยจ้องทุบหัวมันพอมันโผล่หัวเข้ามา ก็บุกมันเข้าไปเลย อย่างนี้ขโมยมันก็ไม่เข้ามาบ้านเรา เพราะเรารู้ทางขโมยฉันใด

อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ก็เหมือนกัน มันเกิดขึ้นที่ความคิดของเรา หรือที่เรียกว่าเกิดที่จิตของเรานั่นแหละ จิตนั่นก็คือความคิดนั่นเองแหละ ปรากฏให้เราเห็นในรูปความคิดต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ความคิดมันจะเกิดขึ้นก็เพราะว่า มีสิ่งกระทบทำให้เกิดความคิดอย่างนั้นขึ้นมา เช่นรูปผ่านตาเข้ามา เสียงผ่านหูเข้า กลิ่นผ่านประสาททางจมูก รสผ่านประสาททางลิ้น สิ่งสัมผัสต่างๆ ถูกต้องประสาทกายสัมผัส แล้วจิตรับรู้ในเรื่องอย่างนั้น ตรงนี้แหละสำคัญนัก อาจจะรับรู้ในเรื่องเสียเปรียบ อาจจะรับรู้ในเรื่องได้เปรียบก็ได้ ถ้าเรารับรู้ในเรื่องที่ว่าไม่ให้เสียเปรียบว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร มันจะเกิดอะไรขึ้นแก่เรา หรือเรารับรู้ว่าทำไมต้องเกิดอย่างนั้นขึ้นในใจ ทำไมจึงได้เกลียดสิ่งนั้น ทำไมจึงได้รักสิ่งนั้น

อันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องคอยกำหนด ว่าทำไมเราจึงเกลียด ทำไมเราจึงรักหรือว่าทำไมเราจึงชอบใจ ทำไมเราจึงไม่ชอบใจในเรื่องนั้นๆ ปกติคนเราก็มักจะไม่คิดในเรื่องอย่างนั้น ถ้าเกลียดก็ผ่านพ้นไป ถ้ารักก็ผ่านพ้นไป หรือบางทีมันก็ฉายซ้ำอยู่ในใจของเราเกลียดแล้วเกลียดอีก อยู่อย่างนั้นแหละ ถ้าหากว่าไม่มีอารมณ์ใดกระทบ ก็ไม่มี แต่ถ้ามีอารมณ์ใดมากระทบเข้า ความเกลียดตัวนั้นก็เกิดขึ้นมาทันที เช่นเราไม่ชอบคนคนหนึ่ง ถ้าคนๆ นั้นไม่เดินให้เราเห็นด้วยตา ไม่มีใครเอ่ยชื่อให้เราได้ยินด้วยหู หรือไม่มีอะไรเป็นสื่อที่จะให้นึกถึงบุคคลนั้น ความเกลียดนั้นก็ไม่เกิดขึ้นในใจของเรา แต่ถ้าหากว่าเราได้เห็นเดินมา เราก็รู้ว่าเป็นคนๆ นั้นความเกลียดก็โผล่มาทันที หรือใครมาเอ่ยชื่อคนนั้น เช่นพูดชมเชยคนๆ นั้นเขาดีอย่างนั้น เราก็มันเกิดขึ้นใจทันที อารมณ์เกลียดเกิดขึ้นทันที แล้วอารมณ์ค้าง ก็ว่าดีอะไรมันไม่ได้ความหรอก มันเกิดขึ้นมาในรูปอย่างนั้น อันนี้เรียกว่าสิ่งที่เราเกลียดมันโผล่ขึ้นมา เมื่อมีเรื่องขึ้นมากระทบ

เรื่องที่เรารักนั้นก็เหมือนกัน ถ้าเราได้เห็นคนนั้นเข้า ได้ยินเสียงเข้าเราก็เกิดความรัก หรือใครมาเอ่ยชื่อคนนั้น เราก็เกิดความรู้สึกคิดถึงคนนั้นขึ้นขึ้นมา อันนี้มันเกิดขึ้นมาบ่อยๆ ในใจของเรา แต่เมื่อเกิดแล้วเราก็มักจะปล่อยผ่านๆ พ้นไปไม่ได้เอามาวิเคราะห์วิจารณ์ในเรื่องนั้นว่า ทำไมเราจึงเกลียดคนนั้น ทำไม่เราจึงเกลียดสิ่งนั้น ทำไมเราจึงรักสิ่งนี้ ทำไมจึงเป็นอย่างนั้นกับสิ่งนั้น ทำไมจึงเป็นอย่างนั้นกับสิ่งนี้ เราไม่ค่อยจะได้พิจารณาในเรื่องอย่างนี้ เพราะไม่ได้พิจารณานั่นแหละ จึงไม่รู้จักสิ่งนั้นตามที่มันเป็นจริง จิตใจเราก็ถูกมันหลอกให้ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ตลอดเวลา เรียกว่ามันเป็นผีประเภทหนึ่งละที่มันมาหลอกเรา ไม่ใช่ผีในป่าช้าไม่ใข่ผีที่คนกลัวตามความเข้าใจ

อารมณ์อย่างนั้นเราเรียกว่าเป็นผีชนิดหนึ่ง ที่มันคอยหลอกหลอนเราอยู่ตลอดเวลา คล้ายๆกับคนติดของเสพติด เช่นติดเฮโรอินนิ่เป็นต้น ไปรักษาที่ใดก็ตามเถอะ หยุดแล้วแต่ว่าหยุดแล้วมันก็มาหลอกเอาบ่อยๆ ทำให้นึกถึงสิ่งนั้นว่าเราเคยดื่มแล้ว บางที่มันก็อยากแรงขึ้นมา อยากจะไปสูบไปดื่มถ้ากำลังความอดทนไม่มีเพียงพอ เราก็ต้องไปตามความรู้สึกนั้น คือไปดื่มไปกินไปสูบสิ่งนั้นเข้าแล้วก็พ่ายแพ้มันต่อไป

 



 

แบชเชอร์
เนื้อเพลง: เรื่องบังเอิญ
อัลบั้ม: Circle


ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไร
ก็แค่บังเอิญเธอเจอกับใครคนนั้น
วันที่เธอรักฉันไม่พอ

ไม่มีใครทำผิดต่อใคร
และถ้าบังเอิญเธออยากจะไปจากฉัน
ก็อย่าร้อง

ไม่ต้องมีน้ำตา ไม่ได้ว่าอะไร
ถ้าต้องการก็ไป ให้ขัดใจเธอสักครั้ง
ฉันก็ยังไม่เคย

ความปวดร้าวครั้งนี้ฉันยินดีจะรับ
ยอมเป็นคนที่เสียใจ
ในเมื่อความบังเอิญทำให้เธอเจอเค้า
ฉันจะห้ามอย่างไร
ผิดที่ฉันไม่ใช่เธอ
ที่มันบังเอิญรักเธอมากเกินไป
รักจนมันยอมเจ็บ

ไม่มีใครที่อยากให้เป็น
และไม่ใช่เธอที่อยากทำร้าย ก็รู้
ไม่ต้องห่วงฉันไม่เป็นไร
เพราะความจริงที่ต้องเผชิญ
มีเรื่องบังเอิญตลอดเวลา อย่างนี้
ก็ต้องเข้าใจ

ไม่ต้องมีน้ำตา ไม่ได้ว่าอะไร
ถ้าต้องการก็ไป ให้ขัดใจเธอสักครั้ง
ฉันก็ยังไม่เคย

ความปวดร้าวครั้งนี้ฉันยินดีจะรับ
ยอมเป็นคนที่เสียใจ
ในเมื่อความบังเอิญทำให้เธอเจอเค้า
ฉันจะห้ามอย่างไร
ผิดที่ฉันไม่ใช่เธอ
ที่มันบังเอิญรักเธอมากเกินไป
รักจนมันยอมเจ็บ

ความปวดร้าวครั้งนี้ฉันยินดีจะรับ
ยอมเป็นคนที่เสียใจ
ในเมื่อความบังเอิญทำให้เธอเจอเค้า
ฉันจะห้ามอย่างไร
ผิดที่ฉันไม่ใช่เธอ
ที่มันบังเอิญรักเธอมากเกินไป
รักจนมันยอมเจ็บ

ที่มาเนื้อเพลง - สยามโซนดอทคอม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สุขหรือทุก อยู่ที่ตัวเราเองครับbig smile
จริงๆๆๆๆ ใจเป็นประธาน เพราะฉะนั้น ต้องทำใจให้นิ่ง........sad smile

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-10-18 12:17

thai santisuk