กินเจกันเถอะ
posted on 05 Oct 2007 21:53 by maroommatum in Dessert-Cook, Dhamma, Readกินเจกันเถอะ

นับถอยหลังอีกแค่ 5 วัน ( นับถูกเปล่าวะ ) ก็จะถึงเทศกาลกินเจ ซึ่งจะเริ่มในวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม และสิ้นสุดในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม และโดยธรรมเนียมปฏิบัติจะมีการล้างท้องกันก่อนล่วงหน้า 1 มื้อ ซึ่งก็คือมื้อเย็นของวันพุธที่ 10 ตุลาคมนั้นเอง
เิชิญชวนทุกคนร่วม สร้างกุศลให้ตัวเอง โดยการกินเจ... ซึ่งผลที่ได้นอกจากกุศลที่ลดการฆ่าสัตว์แล้ว ยังจะส่งผลดีต่อสุขภาพต่อตัวเราด้วย....
ส่วนใครที่หมายมั่นปั้นมือจะลดน้ำหนักในช่วงนี้ ก็ต้องระวังและเลือกประเภทของอาหารเจกันหน่อยนะ ไม่งั้นแทนที่จะลดจะกลับเป็นเพิ่มแทน เพราะเลือกอาหารประเภทแป้งมากไป... ต้องเน้นผักนะค่ะ
ประโยชน์
การกินอาหารเจ นอกจากจะเป็นการถือศีลและรักษาประเพณีแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้
- ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมดทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน สารอาหารที่มีคุณค่าในพืชผักและผลไม้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ
- เมื่อรับประทานเป็นประจำโลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ต่างๆ ของร่างกายเสื่อมสลายช้าลงทำให้อายุยืนยาวมีผิวพรรณสดชื่นผ่องใส นัยน์ตาแจ่มใสไม่พร่ามัวร่างกายแข็งแรงรู้สึกเบาสบายไม่อึดอัด มีสุขภาพพลานามัยดี
- อวัยวะหลักสำคัญภายใน ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และอวัยวะประกอบคือ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาอาหาร ถุงน้ำดี แข็งแรงทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์
- ร่างกายสามรถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้แก่
- สารเคมี ยากำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สารดีดีที
- มลภาวะและก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องยนต์ซึ่งแพร่กระจายปะปนไปในอากาศที่เราหายใจอยู่เป็นประจำและยังพบว่ามีปะปนอยู่ในแหล่งน้ำดื่มด้วย
- กัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์และในการทำสงคราม สารอาหารในพืชผักช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายสามารถทนต่อการทำลายจากรังสีต่างๆ
- ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้สูงกว่าคนปกติธรรมดาสารพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ในบรรดาผู้ที่กินอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำความเจ็บไข้ได้ป่วยมักไม่มีปรากฏโดยเฉพาะโรคที่รุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ไขข้ออักเสบ โรคเก๊าส์ โรคเบาหวานฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหารและทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะและลำไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย โรคเหล่านี้จะไม่พบเลยในกลุ่มคนผู้ที่รับประทานอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำ
ปะป๊าเข้มงวดมากๆๆ อุปกรณ์การกินทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น จาน/ชาม/ช้อน/แก้ว/ตะเกียบของปะป๊าต้องแยกต่างหาก รวมถึงกระทะ/หม้อด้วยนะ
ถ้าต้องมีการอุ่น...... เพราะปะป๊าเคร่งจัด
กินเจที่บ้าน..... สมัยก่อนก็เป็นเหมือนกับข้าวทั่วไปแต่ใช้ผักกับเต้าหู้ แทนเนื้อ ไม่มีหรอกโปรตีนเกษตรเหมือนอย่างปัจจุบัน... ผัดบะหมี่เหลืองเส้นโต.... จะเป็นเมนูพิเศษที่เด็กอย่างตุ้มเป๊ะตั้งหน้าตั้งตารอกิน...... ข้าวต้มก็จะใส่มันเทศลงไป.....อร่อยมากๆๆและหอมด้วย...กับข้าวกินกับข้าวต้มก็มีแค่ผักกาดดองหวาน - เต้าหู้ยี้ - ถั่วลิสงทอดคลุกเกลือ......เดิมๆแบบนี้ทุกปี แต่ก็อร่อย....... เดี๋ยวนี้เจที่บ้านเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ไม่รู้เพราะอยู่กรุงเทพ.... ไม่เคยได้ลากลับบ้านช่วงกินเจ........
และช่วงกินเจตอนนั้นจะมีขนมชนิดหนึ่งที่ชอบกินมากๆๆๆ เค้าเรียกกันว่าขนมปีนัง.......
เป็นแป้งสาลีโรยด้วยผงพะโล้แล้วม้วนเป็นโรลแล้วตัดเป็นท่อนๆๆ แล้วแผ่แต่ละท่อนให้แบนแล้วลงทอด กินขนมหอมมากๆๆๆๆ แป้งจะออกหวานนิดหน่อยไม่หวานมาก ผสมกับรสเค็มของผงพะโล้ ( เดาเอานะ เพราะคนทำขายไม่บอก =P ) เวลาปะป๊าไปโรงเจ...จะยังไม่นอนจะรอปะป๊าชื่อขนมอันนี้แหละกลับมาให้กิน... บางวันอาจจะมีราดหน้ากลับมาด้วย.....อร่อย.....
และช่วงกินเจตอนนั้นจะมีขนมชนิดหนึ่งที่ชอบกินมากๆๆๆ เค้าเรียกกันว่าขนมปีนัง.......
เป็นแป้งสาลีโรยด้วยผงพะโล้แล้วม้วนเป็นโรลแล้วตัดเป็นท่อนๆๆ แล้วแผ่แต่ละท่อนให้แบนแล้วลงทอด กินขนมหอมมากๆๆๆๆ แป้งจะออกหวานนิดหน่อยไม่หวานมาก ผสมกับรสเค็มของผงพะโล้ ( เดาเอานะ เพราะคนทำขายไม่บอก =P ) เวลาปะป๊าไปโรงเจ...จะยังไม่นอนจะรอปะป๊าชื่อขนมอันนี้แหละกลับมาให้กิน... บางวันอาจจะมีราดหน้ากลับมาด้วย.....อร่อย.....

ใช่ไหมครับเฮีย ก...อิอิ
ส่วนคุณโอ้ลองฝืนอีกนิดแล้วจะรู้สึกดีและชินค่ะ 








#1 By * Jetkaro ShowtimE * on 2007-10-05 22:46