อย่าปล่อยให้หัวใจไร้รัก
posted on 22 Sep 2007 20:33 by maroommatum in Dhamma, Read
นั่งคิดหลายตลบ ได้คำตอบว่าไม่ไร้รักแต่ก็ไม่ได้ชุ่มชื่น...
รักที่ไ้ด้มาก็น่าจะมากพอที่จะรู้จักเติมมันให้เต็ม การสร้างรักให้ตัวเองน่าจะเป็นเรื่องดี ไม่มีอะไรจะน่ายินดีไปกว่าการที่คนเราี่รู้จักที่จะรักตัวเอง เพราะเมื่อเรารักตัวเองมากๆๆ แล้วตอนนั้นเราก็จะมีรักเหลือเฟือที่จะแบ่งปันให้คนอื่นๆที่ยังขาดรักได้.......
ใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีรักลองเปลี่ยนมุมมองในการมอง ลองมองรักในมุมที่แตกต่างจากเดิม จะตะแคงหัวดู หรือ จะก้มมองลอดหว่างขาก็ได้ 555+ แล้วคุณจะรู้สึกหน้ามืดทันทีที่คุณเงยหัวขึ้น : P
เอ็กซ์ทีน--- บล็อกที่เต็มไปด้วยรัก.... ( ประทับใจความรักในครอบครัวของคุณแชมป์มาสเตอร์จากการไล่อ่านแล้วไปพบบล็อกของคุณแม่คุณแชมป์ อยากรู้ว่าประทับใจอะไรก็ลองเข้าไปอ่านกันเองนะค่ะ
และก็เศร้าใจกับเรื่องรักที่ต้องจบลงด้วยความตาย ... จากลิ้งค์ที่คุณแชมป์ทำไว้พอเข้าไปอ่านก็ไม่มีเรื่องราวอะไรให้ติดตามแล้ว... ตอนนั้นได้แต่สงสัยว่ามันคืออะไรกันน้า...... ผ่านไปนานหลายเดือน ไปอ่านเจอเรื่องที่โพสต์ในสาระแนดอทคอม... คุ้นๆๆชื่อ... ไล่อ่านไปน้ำตาเอ่อขึ้นมา.... มันมีความรู้สึกว่าทำไมกันน้า... มีคนที่รักและรักกันแล้วยังจะอาภัพทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานๆๆ ...... ยังมีความรู้สึกอีกมากมายที่ผุดขึ้นมาแต่ไม่สามารถเอามาพูดหรือเขียนได้เพราะอาจจะเป็นการซ้ำเติมอะไรบางอย่างกับคนที่รู้จักเธอที่บังเอิญมาอ่าน... เอาเป็นว่าใครอยากรู้ก็ต้องไปค้นหาในสาระแนกันเอาเอง...... หรือไม่ก็เว็บอื่นๆ
อยากจะบอกแค่ว่า..... แค่ความรู้สึก....แีค่การกระทำ....การแสดงออกเพียงเล็กน้อยที่ต่างฝ่ายต่างมองข้าม ไม่เปิดใจ (จริงอยากเขียนเปิดอกแต่มันจะออกแมนไป :P ) คุยกัน ปล่อยให้เป็นเหมือนเสี้ยนหนามคาใจ.. ไม่บ่มมันออกปล่อยจนเป็นหนอง..... เหตุการณ์ร้ายๆที่ไม่อยากให้เกิดมันก็จะเกิดขึ้นมา..... แค่หันมาใส่ใจกัน หวานให้กันวันละนิด แค่นี้ก็น่าจะช่วยให้รักกันยาวนานและมั่นคง............................หรือเปล่า..............แหะ แหะ......
รักที่ไ้ด้มาก็น่าจะมากพอที่จะรู้จักเติมมันให้เต็ม การสร้างรักให้ตัวเองน่าจะเป็นเรื่องดี ไม่มีอะไรจะน่ายินดีไปกว่าการที่คนเราี่รู้จักที่จะรักตัวเอง เพราะเมื่อเรารักตัวเองมากๆๆ แล้วตอนนั้นเราก็จะมีรักเหลือเฟือที่จะแบ่งปันให้คนอื่นๆที่ยังขาดรักได้.......
ใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีรักลองเปลี่ยนมุมมองในการมอง ลองมองรักในมุมที่แตกต่างจากเดิม จะตะแคงหัวดู หรือ จะก้มมองลอดหว่างขาก็ได้ 555+ แล้วคุณจะรู้สึกหน้ามืดทันทีที่คุณเงยหัวขึ้น : P
เอ็กซ์ทีน--- บล็อกที่เต็มไปด้วยรัก.... ( ประทับใจความรักในครอบครัวของคุณแชมป์มาสเตอร์จากการไล่อ่านแล้วไปพบบล็อกของคุณแม่คุณแชมป์ อยากรู้ว่าประทับใจอะไรก็ลองเข้าไปอ่านกันเองนะค่ะ
และก็เศร้าใจกับเรื่องรักที่ต้องจบลงด้วยความตาย ... จากลิ้งค์ที่คุณแชมป์ทำไว้พอเข้าไปอ่านก็ไม่มีเรื่องราวอะไรให้ติดตามแล้ว... ตอนนั้นได้แต่สงสัยว่ามันคืออะไรกันน้า...... ผ่านไปนานหลายเดือน ไปอ่านเจอเรื่องที่โพสต์ในสาระแนดอทคอม... คุ้นๆๆชื่อ... ไล่อ่านไปน้ำตาเอ่อขึ้นมา.... มันมีความรู้สึกว่าทำไมกันน้า... มีคนที่รักและรักกันแล้วยังจะอาภัพทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานๆๆ ...... ยังมีความรู้สึกอีกมากมายที่ผุดขึ้นมาแต่ไม่สามารถเอามาพูดหรือเขียนได้เพราะอาจจะเป็นการซ้ำเติมอะไรบางอย่างกับคนที่รู้จักเธอที่บังเอิญมาอ่าน... เอาเป็นว่าใครอยากรู้ก็ต้องไปค้นหาในสาระแนกันเอาเอง...... หรือไม่ก็เว็บอื่นๆ
อยากจะบอกแค่ว่า..... แค่ความรู้สึก....แีค่การกระทำ....การแสดงออกเพียงเล็กน้อยที่ต่างฝ่ายต่างมองข้าม ไม่เปิดใจ (จริงอยากเขียนเปิดอกแต่มันจะออกแมนไป :P ) คุยกัน ปล่อยให้เป็นเหมือนเสี้ยนหนามคาใจ.. ไม่บ่มมันออกปล่อยจนเป็นหนอง..... เหตุการณ์ร้ายๆที่ไม่อยากให้เกิดมันก็จะเกิดขึ้นมา..... แค่หันมาใส่ใจกัน หวานให้กันวันละนิด แค่นี้ก็น่าจะช่วยให้รักกันยาวนานและมั่นคง............................หรือเปล่า..............แหะ แหะ......
ที่มา - หน้าพระดอทคอม
รินใจ
ในญี่ปุ่นมีชมรมหนึ่งชื่อน่ารักมาก คือ "ชมรมคนรักกัน"
อย่า
เพ่อเข้าใจไปว่าชมรมนี้ตั้งชื่อตามรสนิยมทางเพศ
นิวาสถานของชมรมนี้ไม่ได้อยู่
ตามผับหรือแหล่งเริงรมย์ หากอยู่ในโรงพยาบาล
เวลามีผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารมาที่โรงพยาบาล
สมาชิกชมรมนี้จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
เริ่มจากการให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการเยียวยารักษาโรค
หากหมอวินิจฉัยว่าต้องผ่าตัด สมาชิกชมรมก็จะไปให้กำลังใจผู้ป่วย
และพูดคุยให้หายวิตกกังวล
เนื่องจากสมาชิกชมรมนี้เคยเป็นผู้ป่วยริดสีดวงทวารมาก่อน
จึงเข้าใจจิตใจของผู้ป่วยดี ที่สำคัญสมาชิกชมรมนี้เป็นอาสาสมัคร
มาทำงานด้วยใจรัก อีกทั้ง ไม่จำเจอยู่กับปัญหาเหมือนหมอและพยาบาล
จึงสุภาพนิ่มนวลกับผู้ป่วย
มาเจอกับบริการด้วยน้ำใจอย่างนี้ ผู้ป่วยที่วิตกกังวล หรือตื่นกลัวมีดผ่าตัด ก็ย่อมสงบอกสงบใจลงไปได้มาก อย่างน้อยก็รู้สึกมีเพื่อน ในยามทุกข์ คนเราย่อมต้องการมิตรและกำลังใจ แม้อาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างน้อยชมรมนี้ก็ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจว่าก้น(พูดให้ถูกต้องคือ"ทวาร" หรือ"ตูด")ของเขาจะได้รับการทนุถนอมอย่างแน่นอน
ความสำเร็จของชมรมนี้อยู่ที่หลักการง่าย ๆ ว่า ผู้ได้รับความรัก ย่อมเป็นสุข ความรักฉันท์เพื่อนที่มาร่วมทุกข์ด้วยกันนั้นสามารถบันดาลใจให้บังเกิดความ สุขชนิดที่เงินซื้อไม่ได้
แต่สุขที่เกิดจากการได้รับความรักนั้น ยังสู้สุขอีกชนิดหนึ่งไม่ได้ นั่นคือสุขจากการให้ความรัก สุขอย่างหลังนี้แหละที่เชื่อมสมาชิกชมรมให้มาทำงานด้วยกันและทำให้ชมรมตั้ง อยู่ได้นาน
สมาชิกชมรมนี้ทำงานโดยไม่มีเงินเดือน จะว่าคนเหล่านี้เสียสละก็ได้ แต่ถ้าถามเขา เขาคงตอบว่า หามิได้ เพราะเขาไม่ได้เสียอะไร มีแต่ได้ ได้อะไร ก็ได้ความสุขไงล่ะ
ความเอื้ออาทร ความรัก ความอ่อนโยนนั้นทำให้สุขทั้งใจและกาย สุขใจเพราะปีติที่ได้ช่วยให้ผู้คนพ้นทุกข์ ประสบสุข สัจธรรมข้อนี้พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้นานมาแล้วว่า "ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข" ถ้าอยากสุขใจ ต้องรู้จักให้และเอื้อเฟื้อผู้อื่นบ่อย ๆ
การนึกถึงผู้อื่นอย่างน้อยก็ทำให้หมกมุ่นกับตัวเองน้อยลง จิตที่คิดถึงแต่ตัวเองนั้น ทุกข์ง่าย อะไรมากระทบก็หวั่นไหวง่าย เพียงแค่มีน้ำหนักเพิ่มไม่ถึงกิโล ก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับแล้ว แต่ถ้ามองออกไปให้เห็นคนที่ไม่มีข้าวจะกิน หรือนอนพะงาบ ๆ อยู่ในโรงพยาบาล จะรู้ว่าความทุกข์ของเรานั้นเล็กน้อยจิ๊บจ๊อยมาก
ความเอื้ออาทรและความรักยังมีผลต่อสุขภาพกายด้วย ประโยชน์ที่สำคัญอย่างหนึ่งซึ่งหมอสมัยใหม่ยอมรับก็คือช่วยป้องกันและบำบัด โรคหัวใจ เวลาเอื้ออาทรใครด้วยใจจริง ระบบประสาทที่เรียกว่าพาราซิมพาเทติกจะได้รับการกระตุ้น ทำให้เรารู้สึกสงบขึ้น รวมทั้งระดับคอร์ติโซลในร่างกายก็จะลดลงด้วย คอร์ติซอลนั้นเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ซึ่งหากมีมากจะทำให้เกิดโรคหัวใจได้ง่าย ฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นตัวการของโรคหัวใจคืออะดรีนาลิน หากหัวใจไร้รัก อัดแน่นด้วยโทสะ ฮอร์โมนทั้งสองชนิดจะเพิ่มพรวดและบั่นทอนหัวใจเป็นอย่างมาก ไม่เพียงกับคนเท่านั้น แม้ความเอื้ออาทรกับสัตว์ ก็มีอานิสงส์ต่อสุขภาพกายด้วยเช่นกัน
มีการศึกษาวิจัยพบว่า คนที่อยู่คนเดียว หากเลี้ยงแมวหรือสุนัขไว้ที่บ้าน จะเครียดและมีความดันน้อยกว่าคนที่อยู่คนเดียวโดยไม่ได้เลี้ยงอะไรเลย ใครที่เครียดมาก ๆ น่าจะลองเลี้ยงสัตว์ ความรัก ความอ่อนโยนนั้นไม่เหมือนเงิน หากเก็บกักเอาไว้ในใจ มันจะไม่คงที่ มีแต่จะเหือดแห้งหายไป ทำให้ชีวิตแห้งผาก แต่ถ้ามีอะไรมากระตุ้นเร้าความรักความอ่อนโยนให้พรูพรั่งหลั่งไหลออกมา ร่างกายและจิตใจจะได้รับการเยียวยา
มีนักแสดงชาวอเมริกันคนหนึ่ง เธอประสบความสำเร็จในอาชีพการแสดง จนกลายเป็นดาราชั้นนำ แต่แล้วก็ถึงคราวตกต่ำ ภาพยนต์ที่เธอแสดงนำเรื่องแล้วเรื่องเล่าไม่ทำเงิน ชื่อเสียงที่เคยมีก็ค่อย ๆ เลือนลาง ซ้ำยังประสบความล้มเหลวในเรื่องความรัก เธอจึงเข้าหาเหล้าและยาเสพติด ที่สุดก็ถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ว่าจะพยายามเลิกเท่าไหร่ ก็ไม่สำเร็จ จนผู้คนเอือมระอา ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด
แล้ว วันหนึ่งเพื่อนก็มาหาเธอที่บ้าน ยื่นลูกแมว ๒-๓ ตัวมาให้เธอ "ช่วยเลี้ยงหน่อย เขาไม่มีแม่" ทีแรกเธอปฏิเสธ แต่ที่สุดก็จำยอม ลูกแมวน้อยกลายเป็นภาระของเธอ และทำให้เธอไม่อาจมีชีวิตเหมือนก่อนได้ แต่เดิมเคยเที่ยวจากดึกยันเช้า ก็ต้องเพลาลง เพราะเป็นห่วงแมว ต้องกลับบ้านเป็นเวลาเพื่อเลี้ยงแมว เวลาจะเมาก็นึกถึงแมว ชีวิตเริ่มกลับเข้าที่ ตัวเธอก็เริ่มกลับมาเป็นผู้เป็นคน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แมวก็คลอดลูกออกมาให้เธอเลี้ยงอีก เธอกลายเป็นคุณย่าคุณยายของแมว ส่วนแมวก็เป็นที่รักของเธอ ทำให้ชีวิตเธอมีจุดหมาย ไม่ว่างเปล่า ในที่สุดเธอก็เลิกสิ่งเสพย์ติดได้สำเร็จ และกลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่
นักดูหนังคำจำได้ว่าเมื่อ ๒๐ ปีก่อนเคยมีหนังชื่อ "ฟรานเซส"แสดงโดยเจสสิกา แลงจ์ ซึ่งโด่งดังจากหนังเรื่อง "คิงคอง"มาก่อน เรื่องนี้สร้างขึ้นจากชีวิตจริงของนักแสดงคนนี้
หัวใจนั้นขาดรักไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องแสวงหารักมาเติมเต็มจิตใจอยู่ร่ำไป
อย่าปล่อยให้หัวใจไร้รัก
รินใจ
ในญี่ปุ่นมีชมรมหนึ่งชื่อน่ารักมาก คือ "ชมรมคนรักกัน"
อย่า
เพ่อเข้าใจไปว่าชมรมนี้ตั้งชื่อตามรสนิยมทางเพศ
นิวาสถานของชมรมนี้ไม่ได้อยู่
ตามผับหรือแหล่งเริงรมย์ หากอยู่ในโรงพยาบาล
เวลามีผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารมาที่โรงพยาบาล
สมาชิกชมรมนี้จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
เริ่มจากการให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการเยียวยารักษาโรค
หากหมอวินิจฉัยว่าต้องผ่าตัด สมาชิกชมรมก็จะไปให้กำลังใจผู้ป่วย
และพูดคุยให้หายวิตกกังวล
เนื่องจากสมาชิกชมรมนี้เคยเป็นผู้ป่วยริดสีดวงทวารมาก่อน
จึงเข้าใจจิตใจของผู้ป่วยดี ที่สำคัญสมาชิกชมรมนี้เป็นอาสาสมัคร
มาทำงานด้วยใจรัก อีกทั้ง ไม่จำเจอยู่กับปัญหาเหมือนหมอและพยาบาล
จึงสุภาพนิ่มนวลกับผู้ป่วย มาเจอกับบริการด้วยน้ำใจอย่างนี้ ผู้ป่วยที่วิตกกังวล หรือตื่นกลัวมีดผ่าตัด ก็ย่อมสงบอกสงบใจลงไปได้มาก อย่างน้อยก็รู้สึกมีเพื่อน ในยามทุกข์ คนเราย่อมต้องการมิตรและกำลังใจ แม้อาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างน้อยชมรมนี้ก็ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจว่าก้น(พูดให้ถูกต้องคือ"ทวาร" หรือ"ตูด")ของเขาจะได้รับการทนุถนอมอย่างแน่นอน
ความสำเร็จของชมรมนี้อยู่ที่หลักการง่าย ๆ ว่า ผู้ได้รับความรัก ย่อมเป็นสุข ความรักฉันท์เพื่อนที่มาร่วมทุกข์ด้วยกันนั้นสามารถบันดาลใจให้บังเกิดความ สุขชนิดที่เงินซื้อไม่ได้
แต่สุขที่เกิดจากการได้รับความรักนั้น ยังสู้สุขอีกชนิดหนึ่งไม่ได้ นั่นคือสุขจากการให้ความรัก สุขอย่างหลังนี้แหละที่เชื่อมสมาชิกชมรมให้มาทำงานด้วยกันและทำให้ชมรมตั้ง อยู่ได้นาน
สมาชิกชมรมนี้ทำงานโดยไม่มีเงินเดือน จะว่าคนเหล่านี้เสียสละก็ได้ แต่ถ้าถามเขา เขาคงตอบว่า หามิได้ เพราะเขาไม่ได้เสียอะไร มีแต่ได้ ได้อะไร ก็ได้ความสุขไงล่ะ
ความเอื้ออาทร ความรัก ความอ่อนโยนนั้นทำให้สุขทั้งใจและกาย สุขใจเพราะปีติที่ได้ช่วยให้ผู้คนพ้นทุกข์ ประสบสุข สัจธรรมข้อนี้พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้นานมาแล้วว่า "ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข" ถ้าอยากสุขใจ ต้องรู้จักให้และเอื้อเฟื้อผู้อื่นบ่อย ๆ
การนึกถึงผู้อื่นอย่างน้อยก็ทำให้หมกมุ่นกับตัวเองน้อยลง จิตที่คิดถึงแต่ตัวเองนั้น ทุกข์ง่าย อะไรมากระทบก็หวั่นไหวง่าย เพียงแค่มีน้ำหนักเพิ่มไม่ถึงกิโล ก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับแล้ว แต่ถ้ามองออกไปให้เห็นคนที่ไม่มีข้าวจะกิน หรือนอนพะงาบ ๆ อยู่ในโรงพยาบาล จะรู้ว่าความทุกข์ของเรานั้นเล็กน้อยจิ๊บจ๊อยมาก
ความเอื้ออาทรและความรักยังมีผลต่อสุขภาพกายด้วย ประโยชน์ที่สำคัญอย่างหนึ่งซึ่งหมอสมัยใหม่ยอมรับก็คือช่วยป้องกันและบำบัด โรคหัวใจ เวลาเอื้ออาทรใครด้วยใจจริง ระบบประสาทที่เรียกว่าพาราซิมพาเทติกจะได้รับการกระตุ้น ทำให้เรารู้สึกสงบขึ้น รวมทั้งระดับคอร์ติโซลในร่างกายก็จะลดลงด้วย คอร์ติซอลนั้นเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ซึ่งหากมีมากจะทำให้เกิดโรคหัวใจได้ง่าย ฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นตัวการของโรคหัวใจคืออะดรีนาลิน หากหัวใจไร้รัก อัดแน่นด้วยโทสะ ฮอร์โมนทั้งสองชนิดจะเพิ่มพรวดและบั่นทอนหัวใจเป็นอย่างมาก ไม่เพียงกับคนเท่านั้น แม้ความเอื้ออาทรกับสัตว์ ก็มีอานิสงส์ต่อสุขภาพกายด้วยเช่นกัน
มีการศึกษาวิจัยพบว่า คนที่อยู่คนเดียว หากเลี้ยงแมวหรือสุนัขไว้ที่บ้าน จะเครียดและมีความดันน้อยกว่าคนที่อยู่คนเดียวโดยไม่ได้เลี้ยงอะไรเลย ใครที่เครียดมาก ๆ น่าจะลองเลี้ยงสัตว์ ความรัก ความอ่อนโยนนั้นไม่เหมือนเงิน หากเก็บกักเอาไว้ในใจ มันจะไม่คงที่ มีแต่จะเหือดแห้งหายไป ทำให้ชีวิตแห้งผาก แต่ถ้ามีอะไรมากระตุ้นเร้าความรักความอ่อนโยนให้พรูพรั่งหลั่งไหลออกมา ร่างกายและจิตใจจะได้รับการเยียวยา
มีนักแสดงชาวอเมริกันคนหนึ่ง เธอประสบความสำเร็จในอาชีพการแสดง จนกลายเป็นดาราชั้นนำ แต่แล้วก็ถึงคราวตกต่ำ ภาพยนต์ที่เธอแสดงนำเรื่องแล้วเรื่องเล่าไม่ทำเงิน ชื่อเสียงที่เคยมีก็ค่อย ๆ เลือนลาง ซ้ำยังประสบความล้มเหลวในเรื่องความรัก เธอจึงเข้าหาเหล้าและยาเสพติด ที่สุดก็ถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ว่าจะพยายามเลิกเท่าไหร่ ก็ไม่สำเร็จ จนผู้คนเอือมระอา ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด

แล้ว วันหนึ่งเพื่อนก็มาหาเธอที่บ้าน ยื่นลูกแมว ๒-๓ ตัวมาให้เธอ "ช่วยเลี้ยงหน่อย เขาไม่มีแม่" ทีแรกเธอปฏิเสธ แต่ที่สุดก็จำยอม ลูกแมวน้อยกลายเป็นภาระของเธอ และทำให้เธอไม่อาจมีชีวิตเหมือนก่อนได้ แต่เดิมเคยเที่ยวจากดึกยันเช้า ก็ต้องเพลาลง เพราะเป็นห่วงแมว ต้องกลับบ้านเป็นเวลาเพื่อเลี้ยงแมว เวลาจะเมาก็นึกถึงแมว ชีวิตเริ่มกลับเข้าที่ ตัวเธอก็เริ่มกลับมาเป็นผู้เป็นคน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แมวก็คลอดลูกออกมาให้เธอเลี้ยงอีก เธอกลายเป็นคุณย่าคุณยายของแมว ส่วนแมวก็เป็นที่รักของเธอ ทำให้ชีวิตเธอมีจุดหมาย ไม่ว่างเปล่า ในที่สุดเธอก็เลิกสิ่งเสพย์ติดได้สำเร็จ และกลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่
นักดูหนังคำจำได้ว่าเมื่อ ๒๐ ปีก่อนเคยมีหนังชื่อ "ฟรานเซส"แสดงโดยเจสสิกา แลงจ์ ซึ่งโด่งดังจากหนังเรื่อง "คิงคอง"มาก่อน เรื่องนี้สร้างขึ้นจากชีวิตจริงของนักแสดงคนนี้
หัวใจนั้นขาดรักไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องแสวงหารักมาเติมเต็มจิตใจอยู่ร่ำไป
ที่ถามเรื่องเบบี้อู๋ เพราะเบบี้ของคุณอู๋นอนอล่างฉ่างมากๆๆเลย ส่วนมารุมฯเบบี้ของตุ้มเป๊ะนอดขดเหมือนกุ้ง ดูหงิมๆๆๆติ๋มๆๆ พิกล
สงสัยต้องกลับไปดูตามรายทางใหม่ซะแล้ว
แล้วมีเรื่องอยากให้ช่วยอ่ะ (ไม่รู้จะกลับมาอ่านปล่าว ) ตัวสแกนไวรัสที่ให้มาล่าสุดแล้วตุ้มเป๊ะไม่ได้ลงซีรี่ย์อ่ะ มันกำลังจะหมดอายุอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า คุณเผือก/คุณทองดีมีตัวใหม่ให้ใช่ไม๊ค่ะ









แต่ความรักเราอย่าหวังมากดีกว่า เพราะถ้าเสียไปจะยิ่งเจ็บ
อย่ารักแบบมุทะลุ แต่ให้พอเพียง และรักตัวเองให้มากดีกว่านะครับ
#1 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2007-09-22 21:19