สวรรค์บนดิน...

posted on 20 Jan 2007 10:22 by maroommatum  in MxM

ใครอยากไปยกมือขึ้น......

Credit - pop.co.th

ตะรุเตา หลีเป๊ะ สวรรค์ อันดามันใต้

สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์ นี่เป็นคำกล่าวที่ มิได้เกินไปเลย สำหรับจังหวัดเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สงบ และสวยงาม อย่างสตูล หมู่เกาะในน่านน้ำสตูล มีมากกว่าร้อยเกาะ มีความงดงาม เป็นที่น่าประทับใจ ของนักท่องเที่ยว ที่ได้ไปเที่ยวชม

หลังจากหลับใหล ไปหกเดือน ในช่วงปิดเกาะ วันนี้ หมู่เกาะตะรุเตา พร้อมแล้วที่จะตื่นขึ้นมา รับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง เราไม่รอช้า ที่จะไปสัมผัสความงาม ของท้องทะเลก่อนใคร

การเดินทาง ไปเที่ยวชม หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวีนั้น ต้องเริ่มต้นที่ท่าเรือปากบารา ซึ่งเรือโดยสารบริการทุกวัน โดยเส้นทาง ท่าเรือปากบารา ตะรุเตา ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ค่าเรือโดยสาร ไปกลับคนละ 300 บาท หรือหากเดินทางไปถึงเกาะหลีเป๊ะ ก็ต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 3.5 ชั่วโมง ค่าเรือโดยสารไปกลับคนละ 800 บาท ใครอยากประหยัดเวลา ในการเดินทาง ก็เช่าเหมาเรือสปีดโบ้ทได้นะคะ โดยติดต่อได้จากบริเวณท่าเรือนั่นแหละ เราก็เช่นกัน ครั้งนี้ เลือกใช้บริการเรือสปีดโบ้ท เพื่อความสะดวกในการแวะเที่ยวชมเกาะต่าง ๆ ระหว่างทาง

เกาะตะรุเตา เป็นเกาะขนาดใหญ่ ในน่านน้ำเมืองสตูล มีเรื่องราวความเป็นมา อันน่าสะพรึงกลัวในอดีต เคยเป็นที่คุมขังนักโทษการเมือง มาช้านาน ตั้งแต่สมัยกบฏบวรเดช และกบฏนายสิบ ด้วยมีปราการธรรมชาติ อย่างน่านน้ำ ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยดงฉลาม กั้นไว้ไม่ให้มีใครหนีรอดออกไปได้เลย

มาถึงวันนี้ ตะรุเตาเปลี่ยนไป กลายเป็นอุทยานธรรมชาติ ทางทะเลแห่งแรกของไทย งดงามด้วยหาดทราย ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ อ่าวที่สวยงามที่สุดของตะรุเตาก็คือ อ่าวพันเตมะละกา ซึ่งเป็นที่ตั้ง ของที่ทำการอุทยาน มีคลองพันเตมะระกา ที่สามารถล่องเรือเที่ยวชมป่าโกงกาง อันอุดมสมบูรณ์ได้ไม่ไกลนักมีหน้าผาโต๊ะบู ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามที่สุด สำหรับคน ที่สนใจประวัติศาสตร์ ก็มีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ บอกเล่าเรื่องราว ของคุกในสมัยก่อนไว้ด้วย หากเราจะบอกว่า คุกตะรุเตา เป็นคุกที่สวยที่สุดในโลก ก็คงจะไม่ผิดเลยใช่มั้ยคะ

จุดหมายของเราวันนี้ เราจะไปพักกันที่หาดพัทยาค่ะ อ๊ะ!!! ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ หาดพัทยาจริง ๆ แต่เป็นหาดพัทยา ณ. เกาะหลีเป๊ะ นะคะ แต่ก่อนที่จะเข้าที่พัก เดี๋ยวเราไปดูของดีของน่านน้ำเมืองสตูล ให้ทั่วก่อนดีกว่า

เรายังมีสถานที่ ที่ต้องแวะอีกหลายแห่ง เพื่อดำน้ำตื้น สัมผัสความงามใต้ท้องทะเล ออกจากตะรุเตา เราแวะกันที่ เกาะไข่ ซึ่งเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ของน่านน้ำตะรุเตา แต่ยิ่งใหญ่ในความเป็นเอกลักษณ์ ด้านหน้าของเกาะมีหาดทรายขาวสะอาด เป็นแนวโค้ง ตัดกับน้ำทะเลสีคราม และท้องฟ้าสีสวย ยาวไปจนถึงซุ้มประตูหินธรรมชาติ เอกลักษณ์ อันเลื่องชื่อของเกาะไข่แห่งนี้ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ เป็นประติมากรรมธรรมชาติอันงดงาม เป็นโพรงหินขนาดใหญ่ มองลอดทะลุ เห็นทะเลอีกฟากหนึ่ง ได้อย่างน่าอัศจรรย์ น้ำทะเลบริเวณรอบเกาะไข่นี้ จะใสสะอาด มีสีเขียวอมฟ้า เหมาะแก่การลงเล่นเป็นอย่างยิ่ง มีฝูงปลาน้อยใหญ่ ว่ายวนมาให้สัมผัสอีกด้วย

จากเกาะไข่ เราแวะดำน้ำกันกันที่เกาะหินงาม ซึ่งบริเวณนั้น เต็มไปด้วยปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง น้อยใหญ่ อย่างอุดมสมบูรณ์ ดูเพลิดเพลินไป แต่ยังไม่เห็นปลาการ์ตูนเท่าไหร่นัก ไกด์บอกว่า จุดถัดไปจะสวยงามกว่านี้ เราไม่รอช้า รีบขึ้นไปยังจุดถัดไปทันที จุดต่อมาของเราที่จะลงกันก็คือ บริเวณ ล่องน้ำจาบัง ล่องน้ำเปิด ที่มีความเชี่ยวของกระแสน้ำ เป็นอย่างมาก เราจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการดำ ต้องอาศัยเชือกเป็นแนว ในการดำเพื่อไม่ให้หลงไปไกล จากเส้นทางการจอดของเรือ แต่เมื่อลงไปแล้วก็ไม่ผิดหวัง กับสีสันใต้ท้องทะเล ที่มีให้เห็นมากกว่าจุดอื่น ๆ ที่ผ่านมา ทั้งปะการังเจ็ดสี และปลาทะเลหลากสีสัน

ดำน้ำกันจนเพลินเวลาเหลือไม่มากนัก เราต้องไปต่อกันที่เกาะหินงาม เกาะนี้แปลกตรงที่ไม่ได้สวย หรือโด่งดังเพราะความงามของหาดทราย แต่ที่นี่ เต็มไปด้วยหินกลมมนสีดำมากมาย ทับถมเรียงรายไปทั่วทั้งเกาะ นับว่าเป็นลักษณะเด่น ที่มีอยู่เกาะเดียวในประเทศไทย หินเหล่านี้มีทั้งใหญ่ และเล็ก หากจะชมให้สวยงามก็ให้ลองเอาน้ำทะเลสาดใส่ หินจะเป็นมันวาว และเปล่งประกายสีดำเข้ม สะท้อนรับกับแสงตะวันน่าดู แต่อย่าเผลอ เก็บกลับมาชื่นชมที่บ้านล่ะ เพราะเชื่อกันว่าหินเหล่านี้ ต้องคำสาบจากเจ้าพ่อตะรุเตา ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานัปการ

ก่อนเข้าเกาะหลีเป๊ะ เราแวะเกาะราวี เกาะสวยงามอีกเกาะหนึ่งในแถบนี้ ด้านหน้าเกาะ เป็นจุดดำน้ำ ที่สวยงามอีกแห่ง เราได้เห็นดอกไม้ทะเล ในบริเวณนี้อย่างอุดมสมบูรณ์ เกาะราวียังมีหาดทรายสวยงาม น้ำทะเลใส เงียบสงบ เสียแต่ไม่มีที่พักบนเกาะ เราจึงไปพักกันที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก

เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่ เราจึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิต ชาวประมงแบบพื้นบ้าน ได้ทั่วไปบนเกาะ เป็นเสน่ห์อีกอย่าง ที่ทำให้นักท่องเที่ยว หลงใหล มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ที่หลงใหลถึงขนาดมาใช้ชีวิตที่นี่เป็นปีๆ

จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ ก็คือ ธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ เวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายขาวละเอียดเหมือนแป้ง บนเกาะ มีที่พักเอกชน ไว้คอยบริการหลายแห่ง ทั้งสองฝั่งคือ ฝั่งชาวเล และฝั่งพัทยา

ช่วงเวลาที่เหมาะสม แก่การท่องเที่ยวทะเลในน่านน้ำตะรุเตา อยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน หลังจากนั้นช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือน ตุลาคม จะเป็นช่วงปิดเกาะ อันเนื่องมาจาก มรสุมในท้องทะเลที่รุนแรง ไม่เหมาะแก่การเดินทางนั่นเอง

ช่วงเวลานี้ จึงถือเป็นช่วงเวลา ที่ดีที่สุด ที่ธรรมชาติจะได้พักผ่อน และฟื้นฟูตนเอง โดยปราศจากการรบกวนจากผู้คน

และหากอยากให้ธรรมชาติ ที่งดงามเช่นนี้คงอยู่ตลอดไป เดินทางท่องเที่ยวคราวหน้า อย่าลืมช่วยกันรักษา ธรรมชาติ และรักษากฎของการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ด้วยนะคะ แล้วธรรมชาติที่งดงามเช่นนี้ ก็จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป


ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้เขต 1

กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก็คืดว่าสวยมากมายเรยอ่ะ

อยากไปบ้างจัง
อากาศร้อนๆ เที่ยวไหนจะดีที่สุดเท่าไปเที่ยวทะเล

#2 By " POOMOO " on 2007-01-20 10:39